กรมทางหลวง เปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ M6 ฟรี วันที่ 26 ธ.ค. 68 ถึง 5 ม.ค. 69
กรมทางหลวง เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) ฟรี ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 (รวม 11 วัน) ช่วง บางปะอิน – นครราชสีมา ตลอดเส้นทาง 196 กม. เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดความแออัดของเส้นทางหลัก และแบ่งเบาภาระการจราจรสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กรมทางหลวง เตรียมเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) ช่วง “บางปะอิน – นครราชสีมา” ตลอดเส้นทาง 196 กม. โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมผ่านทาง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดความแออัดของเส้นทางหลัก และแบ่งเบาภาระการจราจรสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
– สำหรับช่วง “บางปะอิน – ปากช่อง” จะเปิดทดลองใช้โดยแบ่งตามทิศทางการเดินทาง ดังนี้
- ทิศทางขาออก (ออกจากกรุงเทพฯ)
- เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 00.01 น. ถึง 1 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น. เท่านั้น
- ทิศทางขาเข้า (เข้ากรุงเทพฯ)
- เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 2 มกราคม 2569 เวลา 06.00 น. ถึง 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น. เท่านั้น
- ทิศทางขาออก (ออกจากกรุงเทพฯ)
ทั้งนี้ ช่วงบางปะอิน – ปากช่อง จะปิดการจราจรชั่วคราวในวันที่ 2 มกราคม 2569 เวลา 00.01 – 06.00 น. เพื่อสลับทิศทางการเดินรถ
สำหรับช่วง ปากช่อง – นครราชสีมา เปิดให้สัญจรสองทิศทาง ตลอด 24 ชั่วโมง ตามปกติ
กำหนดการเปิดทดลองให้บริการฟรี M6 บางปะอิน – นครราชสีมา ช่วงปีใหม่ 2569 ตั้งแต่วันศุกร์ 26 ธ.ค. 68 ถึง 5 ม.ค. 69 (รวม 11 วัน) นี้ ได้ปรับให้เร็วขึ้นจากแผนเดิมที่จะเปิดตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 68 ถึง 5 ม.ค. 69 (รวม 7 วัน) เนื่องจากกรมทางหลวงสามารถเร่งรัดก่อสร้าง M6 ช่วงบางปะอิน – ปากช่อง เพื่อเปิดวิ่งทิศทางเดียว ได้แล้วเสร็จเร็วกว่าแผน 1 สัปดาห์
สำหรับการเปิดทดลองให้บริการ M6 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 นี้ ยังอนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และกำหนดความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัยในการใช้เส้นทาง โดยประชาชนสามารถเข้า–ออกมอเตอร์เวย์ M6 ได้ 7 ด่าน ได้แก่
- ด่านบางปะอิน — เชื่อมต่อมอเตอร์เวย์ M9, ทล.9 (วงแหวนฝั่งตะวันตก) และ ทล.1 (ถ.พหลโยธิน)
- ด่านหินกอง — เชื่อมต่อ ทล.33
- ด่านสระบุรี — เชื่อมต่อ ทล.1 (ถ.พหลโยธิน)
- ด่านแก่งคอย — เชื่อมต่อ ทล.3222
- ด่านปากช่อง — เชื่อมต่อ ทล.2090
- ด่านสีคิ้ว — เชื่อมต่อ ทล.201
- ด่านขามทะเลสอ — เชื่อมต่อ ทล.290
รวมถึงเชื่อมต่อทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา (ทล.204) และสามารถเดินทางต่อไปยังจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างสะดวก กรมทางหลวงยังได้จัดเตรียมจุดบริการห้องน้ำชั่วคราว 17 จุด ตลอดเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทาง ได้แก่
- บริเวณด่านฯ 14 จุด (ฝั่งขาเข้าและขาออก)
- จุดพักรถทับกวาง: กม.64+900 (ฝั่งขาออก)
- จุดพักรถสีคิ้ว: กม.147+000 (ฝั่งขาเข้าและขาออก)
กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางทุกท่าน โปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด สังเกตป้ายเตือนและป้ายแนะนำต่างๆ เตรียมความพร้อมของรถยนต์ พักผ่อนให้เพียงพอ และศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง เพื่อการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
สอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม แจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง)
กรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคม ขอแนะนำ “3 ทางเลือกขึ้น M6 ไปนครราชสีมา บริเวณด่านบางปะอิน”
- จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก)
- จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก)
- จากถนนพหลโยธิน ขาออก (หน้ามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย)
โปรดสังเกตป้ายบอกทางหมายเลข 6 และขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ตรวจสอบวางแผนการเดินทาง เช็คระยะทางก่อนขึ้น M6 อย่าลืม เติมน้ำมันและชาร์จไฟรถให้พร้อมก่อนเดินทาง สายด่วน ทล. โทร. 1586 โทรฟรี 24 ชั่วโมง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2569 ณ อาคารราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เทศกาลปีใหม่ 2569 มีวันหยุดยาว 5 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 คาดการณ์ว่าพี่น้องประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ รวม 21.55 ล้านคน-เที่ยว เพิ่มขึ้น 2.83% จากเทศกาลปีใหม่ 2568 และมีปริมาณผู้โดยสารเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะระหว่างจังหวัด รวม 3.99 ล้านคน-เที่ยว เพิ่มขึ้น 8.57% จากเทศกาลปีใหม่ 2568 และกระทรวงคมนาคมได้คาดการณ์ปริมาณจราจรในช่วง 11 วัน ของเทศกาลปีใหม่ 2569 จะมีปริมาณจราจรเข้าและออกจากกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก และมอเตอร์เวย์ รวม 11.28 ล้านคัน บนทางพิเศษ รวม 17.87 ล้านคัน และจากการคาดการณ์ในส่วนของปริมาณจราจรบนทางหลวงสายหลัก 5 เส้นทางในสายเหนือ (ทล.32) สายอีสาน (ทล.2) สายตะวันออก (ทล.7) สายตะวันตกและใต้ (ทล.4 และ ทล.35) คาดว่าจะมีปริมาณจราจรขาออกประมาณ 3.65 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ 2568 ร้อยละ 3.67 และมีปริมาณจราจรขาเข้าประมาณ 3.48 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ 2568 ร้อยละ 6.60 แสดงถึงการขยายตัวของการเดินทางในช่วงวันหยุดของประชาชน โดยอาจเป็นผลจากปัจจัยสนับสนุนการปรับวันหยุดราชการให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องมากขึ้น จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ภายใต้หัวข้อรณรงค์ “เทศกาลความสุข ทุกที่ทั่วไทย เดินทางสะดวก ปลอดภัย บนโครงข่ายคมนาคม” โดยตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ บนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคมต้องลดลงไม่น้อยกว่า 5 %
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ปริมาณจราจรจะมีความแออัดมากในช่วงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 โดยเฉพาะวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่มีแนวโน้มแตะระดับสูงสุด จึงขอรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนที่มีจุดหมายการเดินทางระยะเกินกว่า 300 กิโลเมตร หรือกลุ่มบ้านไกล ให้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในช่วงเริ่มต้นของช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด และเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงปลายเทศกาล และกลุ่มบ้านใกล้ หรือจุดหมายการเดินทางระยะทางน้อยกว่า 300 กิโลเมตร ให้ออกเดินทางหลังจากกลุ่มบ้านไกลและกลับเข้ามายังกรุงเทพฯ ก่อน เพื่อบริหารการจราจรให้เกิดความคล่องตัว นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ขอรณรงค์ให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อกระจายการเดินทางและเหลื่อมเวลาการเดินทาง โดยเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลา 07.00 – 16.00 น. เพื่อเลี่ยงช่วงที่มีปริมาณจราจรสูงสุด โดยขอให้ขยับการเดินทางเร็วขึ้นก่อนเวลา 07.00 น. หรือให้เดินทางช้าลงหลังเวลา 16.00 น. สำหรับความพร้อมในการบริหารจัดการรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ประกอบด้วย 3 มิติ 7 มาตรการ ได้แก่
1) มิติป้องกันก่อนเกิดเหตุ โดยมีโครงการตรวจสภาพรถฟรีของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา บูรณาการตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัย 150 แห่งทั่วประเทศ
2) มิติอำนวยความสะดวก ด้านโครงข่ายการเดินทาง บริการข้อมูลข่าวสารการจราจรผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคมสายด่วน 1356 และ Application เช่น M Traffic สำหรับเดินทางบน Motorway / Thailand Highway Traffic สำหรับเดินทางบนทางหลวงทั่วประเทศ / NAMTANG สำหรับเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สายด่วนและ Website ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ตำแหน่ง Charging Station ประชาสัมพันธ์แนะนำทางลัดทางเลี่ยงการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน เช่น ภายในสถานีขนส่ง บริการจุดพักรถ จุดตรวจสภาพรถ จุดบริการประชาชน
3) มิติอำนวยความปลอดภัย ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ตรวจสอบแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดผู้ขับรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ กำกับดูแลวินัยจราจรผู้ใช้ถนน ปรับปรุงซ่อมแซมถนน และจัดอุปกรณ์ความปลอดภัยบริเวณจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนหยุดงานก่อสร้าง เฝ้าจุดเสี่ยงบนสายทาง และจัดทำป้ายเตือนและป้ายแนะนำ จัดเตรียมรถลาก ประสานภาคีเครือข่ายสำหรับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน กู้ชีพและกู้ภัย ตลอดจนได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดช่วยกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ “ไม่ขับเร็ว – คาดเข็มขัดนิรภัย – สวมหมวกนิรภัย – ดื่มไม่ขับ – รักษาวินัยจราจร – ง่วงไม่ขับ – ไม่ขับย้อนศร”
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้ร่วมกันให้บริการฟรีแก่ พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ประกอบด้วย
1) ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ และมอเตอร์เวย์ 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 เวลา 00.01 น. – 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น. บนทางพิเศษบูรพาวิถีและกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และบนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 และหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี และตอนพระประแดง -บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน ของกรมทางหลวง (ทล.)
2) ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 00.01 น. – 1 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น. บนทางพิเศษศรีรัช อุดรรัถยา และเฉลิมมหานครของ กทพ.
นอกจากนี้ ยังเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ตลอดเส้นทางจากบางปะอิน -นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร โดยจากช่วงบางปะอิน – ปากช่อง ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร จะเปิดเดินรถทิศทางเดียว โดยให้วิ่งเฉพาะขาออกจากกรุงเทพฯ 3 ช่องจราจร ในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 2 มกราคม 2569 และเปิดให้วิ่งเฉพาะขาเข้ากรุงเทพฯ 3 ช่องจราจร ในวันที่ 3 – 5 มกราคม 2569 เปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 จากบางใหญ่ – นครปฐม – กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตร โดยเปิดทางเข้า – ออก 8 จุด ได้แก่ ด่านบางใหญ่ ด่านนครชัยศรี ด่านศีรษะทอง ด่านนครปฐมฝั่งตะวันออก ด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ด่านท่ามะกา ด่านท่าม่วง และด่านกาญจนบุรี และเปิดให้ใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตร
นายพิพัฒน์ กล่าวตอนท้ายว่า ได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมโดยมอบหมายให้ ทล. ดำเนินการติดป้ายเตือนพื้นที่ก่อสร้าง ทางโค้ง ทางแยกอันตราย ป้ายจำกัดความเร็ว แก้ไขปรับปรุงด้านกายภาพจุดเสี่ยง และปรับปรุงแก้ไขจุดกลับรถ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการเสริมตู้ขบวนรถไฟให้เพียงพอกับจำนวนผู้โดยสาร สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ให้ควบคุมค่าโดยสารไม่ให้สูงเกินเพดานราคาค่าโดยสาร และให้พิจารณาลดค่าโดยสาร 30% จากเพดานราคา และให้เปลี่ยนแบบเครื่องบินเพื่อรองรับผู้โดยสารให้เพิ่มมากขึ้น กรมเจ้าท่า ดูแลความปลอดภัยการขึ้น – ลงบริเวณท่าเรือ และควบคุม ตรวจสอบขณะเดินเรืออย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร กทพ. ให้ทำการประชาสัมพันธ์การยกเว้นค่าผ่านทางช่วงเทศกาล เพื่อให้ประชาชนรับทราบโดยทั่วกัน และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ให้ดำเนินการตรวจสอบสภาพรถทุกคันก่อนให้บริการ พร้อมตรวจสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถให้มีความพร้อมสูงสุดและให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำในเรื่องของการลดและปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ เฝ้าระวังจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน หยุดกิจกรรมการก่อสร้าง และคืนพื้นผิวบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง ให้ตีเส้นจราจรชั่วคราว ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างให้เพียงพอ เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างในเส้นทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางในเวลากลางคืน รวมทั้งให้มีการบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางจราจรหนาแน่นติดขัด โดยให้หน่วยงานตามปริมาณจราจรตลอดเวลา พร้อมเปิดช่องจราจรพิเศษบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่น เน้นบริหารจัดการจราจรเชิงรุก ระบายการจราจรอย่างทันสถานการณ์ และขอความร่วมมือรถบรรทุกงดวิ่งตลอดจนจัดระเบียบจราจรจุดขึ้นเนิน และจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อให้บริการประชาชน
