กอน. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อย 3 ระยะ เยียวยาผลกระทบเหตุไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา

กอน. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อย 3 ระยะ เยียวยาผลกระทบเหตุไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา

      คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย มีมติเห็นชอบแนวทางช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูชาวไร่อ้อย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่ปลูกอ้อยในจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และสระแก้ว รวมกว่า 260,000 ไร่

        นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ครั้งที่ 10/2568 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน มีมติเห็นชอบ “แนวทางการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย – กัมพูชา” ซึ่งมีพื้นที่ปลูกอ้อยครอบคลุมแนวพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และสระแก้ว รวมเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยมากกว่า 260,000 ไร่ ซึ่งจะมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ปลูกอ้อยที่ได้รับผลกระทบอีกครั้งเมื่อสถานการณ์สิ้นสุดลง โดยเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยส่งเสริมของโรงงานน้ำตาลสุรินทร์ โรงงานน้ำตาลและอ้อยตะวันออก และโรงงานน้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี


สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูแก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน มีมาตรการ 3 ระยะ ดังนี้


มาตรการระยะสั้น/เร่งด่วน : คณะทำงานกำกับดูแลการเก็บเกี่ยวออยในพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนไทย

  • กัมพูชา ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับโรงงานน้ำตาล และสถาบันชาวไร่อ้อยในพื้นที่ เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่และรวบรวมข้อมูลพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบและมีความเสี่ยงว่ายังคงมีระเบิดตกค้างอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งให้โรงงานน้ำตาลจัดทำแผนการรับอ้อย


มาตรการระยะกลาง/ช่วยเหลือ/เยียวยา :

  • กรณีสามารถเข้าพื้นที่เพื่อตัดอ้อยออกจากแปลงได้ : ประสานหน่วยงานความมั่นคงเพื่อสแกนและตรวจสอบพื้นที่จนมั่นใจในความปลอดภัย จึงให้มีการเข้าพื้นที่เพื่อตัดอ้อยได้ และเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้มีการเผาอ้อยเพื่อเคลียร์พื้นที่และมองเห็นสิ่งตกค้างอยู่ในแปลงอย่างชัดเจนก่อนตัดอ้อย โดยผ่อนปรนให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าว
  • กรณีไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อตัดอ้อยออกจากแปลงได้ : หน่วยงานความมั่นคงแจ้งเสี่ยงเกินกว่าที่จะเข้าพื้นที่ได้ ให้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ขอรับความช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยต่อกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเสนอต่อรัฐบาลเพื่อขอรับความช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) รวมถึงขอความร่วมมือโรงงานน้ำตาลลดหย่อนดอกเบี้ย หรือพักการชำระหนี้ ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบ และประสานกับ ธ.ก.ส. เพื่อขอการผ่อนผัน/พัก/ขยายระยะเวลาการชำระหนี้สิน ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ปี 2568 – 2570 และใน 3 ระยะก่อนหน้านั้น


มาตรการระยะยาว/ฟื้นฟู :

  • กรณีที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ตัดอ้อยได้ทั้งหมดหรือบางส่วน : ขอรับพันธุ์อ้อยจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ และดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรชาวไร่อ้อยเพื่อฟื้นฟูพื้นที่


       “สอน. ขอให้เกษตรกรและโรงงานในเขตที่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ปฏิบัติตามข้อแนะนำของฝ่ายความมั่นคงอย่างเคร่งครัด ซึ่งบอร์ด กอน. ได้เคาะแนวทางการช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว และ สอน. จะเร่งดำเนินการตามแนวทางต่อไป ขอให้ท่านวางแผนการเก็บเกี่ยวอ้อยและรับอ้อยเข้าหีบ โดยมุ่งคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นลำดับแรก” นายใบน้อย กล่าวปิดท้าย

-->