การออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. 69

กำหนดการออกเสียงประชามติ

การออกเสียงประชามติ ครั้งที่ 1

  • วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00-17.00 น.
  • ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อ

ลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต/นอกราชอาณาจักร/คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ

สำหรับ

    • ผู้ที่ไม่สามารถกลับไปใช้สิทธิที่ภูมิลำเนา
    • ผู้ที่พำนักอยู่ต่างจังหวัด / ต่างประเทศ

กำหนดวันลงทะเบียน

    • วันที่ 3 – 5 มกราคม 2569

ช่องทางลงทะเบียน

    • ยื่นด้วยตนเอง โดยยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น หรือเอกอัครราชทูต / ผู้ได้รับมอบหมาย ในวันและเวลาราชการ
    • ยื่นทางไปรษณีย์ ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ
    • ยื่นทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง ระบบจะปิดอัตโนมัติ วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น.
      –  🌐 นอกเขต https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/outvote/
      –  🌐 นอกราชอาณาจักร https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/popout/
      –  📱 Application Smart Vote

หมายเหตุ

    • หากต้องการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า/นอกเขต/นอกราชอาณาจักร ท่านต้องทะเบียนให้ครบทั้ง 2 เรื่อง (เลือกตั้ง สส.+ลงประชามติ)
    • กรณีเคยลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า/นอกเขตก่อนวันที่ 3 ม.ค. 69 ท่านต้องลงทะเบียนประชามตินอกเขต/นอกราชอาณาจักรเพิ่ม

การยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง / นอกราชอาณาจักร / ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ

    • ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือผู้ได้รับมอบหมาย เฉพาะจังหวัดที่กำหนดให้มีที่ออกเสียงประชามติสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
    • ภายในวันที่ 5 มกราคม 2569 ในวันและเวลาราชการ

สรุปเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. 69

1. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ

คำถามประชามติ

    • ประชาชนจะต้องตอบคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

เหตุผลและความจำเป็น

    • เพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2564 ซึ่งระบุว่า หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบเสียก่อน เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีที่มาจากประชาชนและมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

กระบวนการ

    • การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติถึง 3 ครั้ง ดังนี้:
      • ครั้งที่ 1: ถามความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
      • ครั้งที่ 2: ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
      • ครั้งที่ 3: ให้ความเห็นชอบกับเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จัดทำเสร็จสิ้นแล้ว
    • โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่หนึ่ง เพื่อสอบถามหลักการเบื้องต้น

2. ข้อดีและข้อเสียในการตัดสินใจ

ข้อดี:

    • เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการร่างกฎหมายสูงสุด
    • สามารถแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีปัญหาในการบังคับใช้หลายประการให้สมบูรณ์ขึ้นในคราวเดียว

ข้อเสีย:

    • การแก้ไขทั้งฉบับอาจสร้างความขัดแย้งทางการเมืองได้มากกว่าการแก้ไขรายมาตรา
    • สิ้นเปลืองงบประมาณ โดยข้อมูลระบุว่างบประมาณเฉพาะของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในปี พ.ศ. 2567 ได้รับการจัดสรรสูงถึง 112,509,600 บาท (ไม่รวมงบประมาณจัดการประชามติของ กกต.)

3. การเตรียมตัวและหลักฐานที่ต้องใช้

การตรวจสอบรายชื่อ

    • ประชาชนควรตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีที่ปิดประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง (ซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ) และจดจำลำดับที่ของตนเอง

หลักฐานแสดงตนประกอบด้วย:

    • บัตรประจำตัวประชาชน (แม้หมดอายุก็ใช้ได้).
    • บัตรหรือหลักฐานที่ทางราชการออกให้ที่มีรูปถ่ายและเลข 13 หลัก (ต้องยังไม่หมดอายุ) เช่น ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ต.
    • แอปพลิเคชัน:  
      – ThaID (บัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์)
      – DLT QR LICENCE (ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์)
      – แอปพลิเคชันบัตรคนพิการ (บัตรประจำตัวคนพิการอิเล็กทรอนิกส์)

4. ขั้นตอนการลงคะแนน 10 ขั้นตอน (ได้รับบัตร 3 ใบ)

การลงคะแนนในครั้งนี้จะดำเนินการต่อเนื่องกันในหน่วยเลือกตั้งเดียว ดังนี้:

  1. ตรวจสอบรายชื่อ: แจ้งลำดับที่ต่อเจ้าหน้าที่
  2. เตรียมตัว: จำหมายเลขผู้สมัครและพรรคที่ต้องการเลือก
  3. แสดงตน (เลือกตั้ง สส.): ยื่นหลักฐานแสดงตนต่อกรรมการประจำหน่วย
  4. รับบัตรเลือกตั้ง สส. (2 ใบ): ลงชื่อที่ต้นขั้วและรับบัตรแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ
  5. เข้าคูหาเลือกตั้ง สส.: กากบาท X ในช่องที่ต้องการ (หากไม่ประสงค์เลือกใครให้กากบาทในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”)
  6. หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส.: หย่อนลงในหีบบัตรให้ถูกประเภทด้วยตนเอง
  7. แสดงตน (ประชามติ): เดินไปยังจุดถัดไปในหน่วยเดียวกันเพื่อขอใช้สิทธิประชามติ
  8. รับบัตรประชามติ (1 ใบ): ลงชื่อที่ต้นขั้วและรับบัตร
  9. เข้าคูหาประชามติ: กากบาท X เพียงช่องเดียว ระหว่าง “เห็นชอบ”, “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น”
  10. หย่อนบัตรประชามติ: หย่อนบัตรลงหีบและออกจากหน่วยตามทางออกที่กำหนด.

5. ผลลัพธ์หลังการออกเสียง

หากผลส่วนใหญ่ “ไม่เห็นชอบ”

    • จะไม่สามารถดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้.

หากผลส่วนใหญ่ “เห็นชอบ”

    • จะมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อเพิ่มหมวด 15/1 เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเข้าสู่กระบวนการในรัฐสภาต่อไป

ลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต/นอกราชอาณาจักร/คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ

ลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต/นอกราชอาณาจักร

    • สำหรับผู้มีสิทธิออกเสียงที่ไม่สามารถกลับไปใช้สิทธิออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ หรือตามทะเบียนบ้านได้ และประสงค์จะไปใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00-17.00 น.
    • สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569

ช่องทางลงทะเบียน

    1. ยื่นด้วยตนเอง โดยยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น หรือเอกอัครราชทูต / ผู้ได้รับมอบหมาย ในวันและเวลาราชการ
    2. ยื่นทางไปรษณีย์ ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ
    3. ยื่นทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง ระบบจะปิดอัตโนมัติ วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น.
      –  🌐 นอกเขต https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/outvote/
      –  🌐 นอกราชอาณาจักร https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/popout/
      –  📱 Application Smart Vote

หมายเหตุ

    • เมื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติที่ได้ลงทะเบียนเรียบร้อย ให้ตรวจสอบตนเองด้วยว่าลงทะเบียนสำเร็จหรือไม่
    • โดยเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (หรืออาจจะบันทึกภาพที่ลงทะเบียนสำเร็จไว้เพื่อเป็นหลักฐาน)
    • ต้องไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ สถานที่ที่ได้ลงทะเบียนไว้ ยกเว้นการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร (สถานทูตแต่ละประเทศจะกำหนดวิธีการออกเสียงประชามติ)

การลงทะเบียนออกเสียง ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการ / ทุพพลภาพ / ผู้สูงอายุ

  • ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือผู้ได้รับมอบหมาย เฉพาะจังหวัดที่กำหนดให้มีที่ออกเสียงประชามติสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
  • ภายในวันที่ 5 มกราคม 2569 ในวันและเวลาราชการ

ตัวอย่างบัตรออกเสียงประชามติ

คู่มือเลือกตั้ง ส.ส. และลงประชามติ