กรมทางหลวง แจ้งปิดเส้นการจารจรบริเวณจุดเกิดเหตุเครนถล่มบริเวณถนนพระราม 2 เพื่อการรื้อถอนโครงสร้าง
กรมทางหลวง แจ้งปิดเส้นการจารจรบริเวณจุดเกิดเหตุเครนถล่มบริเวณถนนพระราม 2 เพื่อความปลอดภัยในการรื้อถอนโครงสร้าง สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เส้นทางสัญจร เส้นพระราม 2 สามารถใช้ 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ 1.ถนนบรมราชชนนี (ทล.338) เชื่อมถนนเพชรเกษม (ทล.4) ผ่านนครปฐม–ราชบุรี 2.มอเตอร์เวย์ M81 (บางใหญ่–กาญจนบุรี) ลงด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ต่อถนนมาลัยแมน (ทล.321) เชื่อมถนนเพชรเกษม 3.เส้นทางบ้านแพ้ว–นครปฐม เชื่อมถนนเพชรเกษมและถนนบรมราชชนนี ทั้งนี้ แนะนำตรวจสอบสภาพจราจรแบบเรียลไทม์ก่อนเดินทาง หรือสอบถามสายด่วนกรมทางหลวง 1586
(23 ม.ค.69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก – โคกกรวด ว่า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันว่า จะมีการดำเนินการยกเลิกสัญญาในโครงการก่อสร้างดังกล่าวอย่างแน่นอน โดยเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมบัญชีกลาง
ส่วนสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุเกิดจากในไซต์งานก่อสร้างไม่มีการสื่อสารกับทางสถานีรถไฟให้รถไฟหยุดรอจึงมีการเดินรถขณะก่อสร้างจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เบื้องต้นการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ร่วมกับบริษัทประกันภัยและบริษัทผู้รับเหมา ดำเนินการชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะมีการยกเลิกสัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทย เดเวลอปเม้นท์ ผู้รับเหมาโครงการก่อสร้าง พร้อมมีการเสนอให้เพิ่มค่าปรับจำนวนมหาศาล พร้อมตัดคะแนนลดชั้นผู้รับเหมา ซึ่งจะมีการหารือในการประชุมคณะกรรมการรฟท. อีกครั้งในวันที่ 29 มกราคมนี้
ส่วนความคืบหน้ากรณี คานปูนและเครนก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ตอน 7 หรือถนนพระราม 2 ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงที่เกิดการถล่มได้
อย่างไรก็ตาม ได้ส่งการให้กรมทางหลวงพิเศษ ดำเนินการเปลี่ยนทีมผู้ดำเนินการต่อและใช้เครนชุดใหม่ทั้งหมด และให้วิศวะกรรมสถานแห่งประเทศไทยเป็นคนกลางในการควบคุมงาน พร้อมสั่งปิดการจราจรบนถนนพระราม 2 บริเวณจุดเกิดเหตุและบริเวณสะพานแม่น้ำท่าจีน ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการรื้อถอนชิ้นส่วนคอนกรีตและกู้ซากเครน โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 60 วันพร้อมจัดให้มีจุดปลอดภัย หรือ Safety Zone เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและคืนผิวจราจรให้เร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่าทั้งสองโครงการดังกล่าวจะต้องมีผู้รับผิดชอบต่อควาทเสียหายที่เกิด
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เส้นทางสัญจร เส้นพระราม 2 นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หากต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง สามารถใช้ 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ใช้ ถนนบรมราชชนนี (ทล.338) เชื่อมต่อเข้าสู่ ถนนเพชรเกษม (ทล.4) ผ่านจังหวัดนครปฐม และจังหวัดราชบุรี เพื่อลงสู่ภาคใต้ต่อไปเส้นทางมอเตอร์เวย์ M81 (บางใหญ่-กาญจนบุรี) ลงที่ ด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก แล้วใช้ถนนมาลัยแมน (ทล.321) เพื่อไปเชื่อมต่อกับถนนเพชรเกษม (ทล.4) และเส้นทางบ้านแพ้ว-นครปฐม วิ่งตัดขึ้นไปทางทิศเหนือ โดยเส้นทางนี้จะไปบรรจบกับถนนเพชรเกษมและถนนบรมราชชนนี ทำให้ไม่ต้องวิ่งผ่านช่วงที่มีการก่อสร้างบนถนนพระราม 2แนะนำให้ตรวจสอบสภาพจราจรแบบ Real-time ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง หรือสามารถติดต่อสอบถามเส้นทางได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586
