กรมสุขภาพจิต เปิดเผยวัยรุ่นกลุ่ม 15 – 19 ปี เสี่ยงพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุด
กรมสุขภาพจิต ย้ำวัยรุ่นกลุ่ม 15 – 19 ปี เสี่ยงพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุด แนะเทคนิค “ดูแลใจไม่ให้พัง ในช่วงใกล้สอบ” พร้อมเผย 4 กลุ่มสัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์สุขภาพจิตผ่านการประเมินสุขภาพจิตผ่าน Application Mental Health Check-in ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 ธันวาคม 2568 พบว่า มีเด็กและเยาวชนจำนวนกว่า 33,000 คนเข้าร่วมการประเมินดังกล่าว และพบว่ามีเสี่ยงซึมเศร้า มีความเครียดสูง และมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงมาก ซึ่งปัจจัยสำคัญในช่วงนี้มีที่มาจากแรงกดดันด้านการเรียน การสอบ ซึ่งในช่วงใกล้สอบเป็นช่วงที่วัยรุ่นมีความเครียดสูงเพิ่มขึ้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือปัญหาการนอนหลับ การทำร้ายตนเอง หรือ อาจเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ 4 กลุ่มอาการที่พบบ่อยช่วงใกล้สอบที่ต้องสังเกต
- อาการด้านอารมณ์ ได้แก่ รู้สึกเครียด กังวล หงุดหงิดง่าย ใจร้อนกว่าปกติ รู้สึก “ไม่ดีพอ” โทษตัวเอง รู้สึกผิดทุกครั้งที่อ่านหนังสือไม่ได้ตามแผน หรือรู้สึกหมดแรงใจ สิ้นหวัง
- อาการด้านความคิด คิดวนซ้ำเรื่องสอบ เช่น “ถ้าสอบตกคงแย่มาก” เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนหรือคนในโซเชียล โฟกัสยาก สมาธิสั้นลง อ่านหนังสือหักโหมจนลืมทำกิจวัตรประจำวัน มีอาการแยกตัว
- อาการทางกาย ได้แก่ ปวดหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ ใจสั่น เหงื่อออก มือสั่น นอนไม่หลับ หลับยาก ตื่นบ่อย ฝันถึงห้องสอบ หรือฝันร้าย
- พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป อ่านหนังสือหักโหม ข้ามมื้ออาหาร ข้ามการนอน เลี่ยงการอ่านหนังสือเพราะรู้สึกกลัว หรือใช้โทรศัพท์/เกมเพื่อหนีความเครียด
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบความเปลี่ยนแปลงข้างต้น กรมสุขภาพจิตขอแนะนำระบบ HERO OBEC CARE คือ แพลตฟอร์มบริหารจัดการการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านสุขภาพจิตแบบครบวงจรภายใต้ความร่วมมือของ กรมสุขภาพจิต และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อบูรณาการงานสาธารณสุขเข้าสู่สถานศึกษาที่ช่วยดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการคัดกรอง เฝ้าระวัง ให้คำปรึกษา และส่งต่อเพื่อให้เด็กได้รับการช่วยเหลือที่ตรงจุดและรวดเร็ว เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างครู (ผู้คัดกรองและเฝ้าระวังใกล้ชิด) และ บุคลากรสาธารณสุข/Health HERO (ทีมหมอและพยาบาลจิตเวชที่ให้คำปรึกษาผ่านระบบออนไลน์ ช่วยให้เด็กที่มีความเสี่ยงได้รับการตรวจพบสัญญาณปัญหาสุขภาพจิตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดโอกาสการเกิดปัญหารุนแรง และช่วยให้เข้าถึงระบบการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ทันท่วงทีแม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ในช่วงที่ใกล้สอบเพื่อพิสูจน์ผลแห่งการพยายามของตนเองนั้น หากความเครียดรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้าที่รู้สึกไม่มีคุณค่า หรือปัญหาการนอนที่ทำให้สมรรถนะการเรียนลดลงไปได้อีก ขอแนะนำให้ใช้หลักการอ่านให้ได้ผล โดยไม่ทำร้ายตัวเอง ดังนี้
- จัดตารางอ่านหนังสือแบบเป็นมิตรกับสมอง แบ่งเวลาสั้น ๆ แต่สม่ำเสมอ
- ตั้งเป้าตามงานไม่ใช่ตามเวลา เช่น ตั้งเป้าทำแบบฝึกหัดให้ครบชุด แทนการกำหนดจำนวนชั่วโมงเพียงอย่างเดียว
- ดูแลร่างกายพื้นฐาน นอนให้พออย่างน้อย 7 – 8 ชั่วโมงต่อคืน กินอาหารให้ครบมื้อ และดื่มน้ำให้พอ
- จัดการเสียงในหัว เปลี่ยนจาก “เราต้องไม่พลาด” เป็น “เราจะทำให้ดีที่สุด”
นอกจากนี้เด็กและเยาวชนที่มีปัญหาสามารถขอรับคำปรึกษาจากครูแนะแนว นักจิตวิทยาในโรงเรียน หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ขอเน้นย้ำว่าเพื่อน ครู และผู้ปกครองควรมีบทบาทร่วมกันในการสังเกตสัญญาณเตือน เปิดใจรับฟัง และให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที สำหรับสถานศึกษาที่ต้องการวางมาตรการหรือพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน สามารถขอรับคำปรึกษาและการสนับสนุนทางวิชาการจากกรมสุขภาพจิต เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจ และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
ที่มา : Website กรมสุขภาพจิต
