ทะเบียนเกษตรกร คืออะไร
ทำไมเกษตรกรควรขึ้นทะเบียน
ทะเบียนเกษตรกร คือฐานข้อมูลสำคัญของภาครัฐที่ใช้ยืนยันสถานะการเป็นเกษตรกรอย่างเป็นทางการ โดยบันทึกข้อมูลด้านอาชีพ พื้นที่เพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ ประเภทการทำเกษตร และข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง
การมีทะเบียนเกษตรกร เปรียบเสมือน “กุญแจ” ในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาเมื่อเกิดภัยพิบัติ การเข้าร่วมโครงการสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงการใช้เป็นหลักฐานในการขอสินเชื่อหรือสวัสดิการของรัฐ
ประโยชน์ของการขึ้นทะเบียนเกษตรกร
- รับความช่วยเหลือจากภาครัฐเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง
- เข้าร่วมโครงการประกันภัยพืชผล และมาตรการพยุงราคาสินค้าเกษตร
- เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และเทคโนโลยีด้านการเกษตร
- ใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนในการขอสินเชื่อ สวัสดิการ หรือโครงการสนับสนุนอื่น ๆ
- ช่วยให้ภาครัฐวางแผนช่วยเหลือเกษตรกรได้ตรงจุด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประโยชน์ของการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์
- ได้รับการช่วยเหลือหรือเยียวยาจากภาครัฐในกรณีเกิดโรคระบาดสัตว์หรือภัยพิบัติ
- มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสนับสนุนต่าง ๆ ของภาครัฐ เช่น โครงการด้านการผลิต การตลาด หรือการส่งเสริมอาชีพ
- ได้รับวัคซีน เวชภัณฑ์ และการสนับสนุนป้องกันโรคสัตว์จากกรมปศุสัตว์
- ภาครัฐสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนงาน เช่น การป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ การส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ และโครงการพัฒนาอื่น ๆ
ใครบ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร
ผู้ที่ควรขึ้นทะเบียนเกษตรกร คือผู้ที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรในทุกสาขา ไม่ว่าจะทำเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม โดยครอบคลุมกลุ่มต่อไปนี้
- เกษตรกรผู้ปลูกพืชทุกประเภท เช่น ข้าว พืชไร่ พืชสวน ไม้ผล
- เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เช่น โค กระบือ สุกร ไก่ เป็ด และสัตว์เศรษฐกิจอื่น ๆ
- เกษตรกรด้านประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น เลี้ยงปลา กุ้ง หอย ปู
- เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม
- เกษตรกรชาวสวนยางพารา
- เกษตรกรที่ทำการเกษตรมากกว่า 1 ประเภท ควรขึ้นทะเบียนให้ครบทุกกิจกรรมที่ดำเนินการ
การขึ้นทะเบียนเกษตรกรจะช่วยยืนยันสถานะการเป็นเกษตรกรอย่างถูกต้อง ทำให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ มาตรการช่วยเหลือ และโครงการสนับสนุนจากภาครัฐได้อย่างครบถ้วนและตรงตามประเภทการทำเกษตรของตนเอง
ช่องทางการขึ้นทะเบียนเกษตรกร แยกตามประเภท
🌾 1. เกษตรกรด้านพืช
หน่วยงาน: กรมส่งเสริมการเกษตร
- เช่น ข้าว พืชไร่ พืชสวน ไม้ผล
- ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลผ่านระบบทะเบียนเกษตรกรกลาง (e-Form)
- หรือยื่นเรื่องผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่
🐄 2. เกษตรกรด้านปศุสัตว์
หน่วยงาน: กรมปศุสัตว์
- เช่น โค กระบือ สุกร ไก่ เป็ด
- ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของกรมปศุสัตว์
- หรือแจ้งขึ้นทะเบียนที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ/จังหวัด
🤠 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียน
- ต้องมีการเลี้ยงปศุสัตว์ หรือปลูกพืชอาหารสัตว์จริง
- ผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องเป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
- กรณีเป็นนิติบุคคล ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย
- หน่วยงานราชการ วัด โรงเรียน และสถานศึกษาในประเทศ สามารถลงทะเบียนได้เช่นกัน
- หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ พ.ศ. 2569
📌 วิธีการขึ้นทะเบียนสำหรับเกษตรกรรายใหม่
สามารถทำได้ 3 วิธี ขึ้นกับความสะดวกของเกษตรกร ดังนี้
- ลงทะเบียนที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ นำบัตรประชาชนไปยื่นที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ที่เลี้ยงสัตว์
- ลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์
- ระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของกรมปศุสัตว์
https://eregist.dld.go.th/eregist-portal/ คลิก ขึ้นทะเบียนเกษตรกร
- ระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของกรมปศุสัตว์
- ลงทะเบียนผ่านมือถือด้วยแอปพลิเคชัน DLD e-Regist
📌การแจ้งปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรรายเดิม
- เกษตรกรต้องปรับปรุงข้อมูลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (ทะเบียนมีอายุ 1 ปี) เพื่อให้ข้อมูลจำนวนสัตว์ชนิดสัตว์และสถานที่เลี้ยงเป็นปัจจุบัน
- สามารถปรับปรุงข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือแอป DLD e-Regist โดยเข้าสู่ระบบด้วย ThaiD
- หรือแจ้งปรับปรุงข้อมูลที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่
🐟 3. เกษตรกรด้านประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
หน่วยงาน: กรมประมง
- เช่น เพาะเลี้ยงปลา กุ้ง หอย ปู
- ขึ้นทะเบียนผ่านหน่วยงานประมงในพื้นที่
- ใช้ข้อมูลเพื่อเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือและสนับสนุนเฉพาะด้านประมง
แบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฯ
ประกอบด้วย 2 แบบ คือ
- แบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ(ทบ.1) ประกอบด้วย
1.1 โรงเพาะฟัก/อนุบาลสัตว์น้ำ
1.2 ฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำ - แบบผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการด้านประมง 9 ประเภท คือ
2.1 โรงงานอาหารผลิตสัตว์น้ำ
2.2 ผู้ค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำ
2.3 แพ/พ่อค้าคนกลาง/ผู้รวบรวมสัตว์น้ำ
2.4 สถานประกอบการแปรรูปเบื้องต้น
2.5 สถานประกอบการห้องเย็น
2.6 สถานประกอบการแปรรูปพื้นเมือง
2.7 โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ มีโรงงาน 2 ประเภท คือ
2.7.1 ห้องเย็น หมายถึง ห้องเย็นที่ประกอบกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ เช่น แช่เย็น/แช่แข็ง แปรรูป ฯลฯ
2.7.2 สัตว์น้ำบรรจุกระป๋อง
2.8 ผู้นำเข้า-ส่งออกสัตว์น้้ำ
2.9 ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์น้ำอื่น ๆ
- แบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ(ทบ.1) ประกอบด้วย
เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรฯ
- กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเกษตรกร
- กรณีเป็นนิติบุคคลให้แนบ
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วน ผู้จัดการ หรือผู้แทนอื่นใดของนิติบุคคลนั้น
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอและหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้ยื่นคำขอ ในกรณีที่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมิได้เป็นผู้มายื่นคำขอด้วยตนเอง
- สำเนาเอกสารแสดงสิทธิในที่ดิน
- ในกรณีเกษตรกรเป็นเจ้าของที่ดิน ได้แก่ โฉนดที่ดิน, น.ส.3, น.ส.3ก, สปก.4-01, สค.1, กสน.5 (กรณีอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม) ป.ส.23 (กรณีอนู่ในพื้นที่ป่าสงวน), ส.ท.ก. (กรณีสิทธิที่ทำกินอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน)หรือเอกสารอื่นๆ ที่แสดงการมีสิทธิในที่ดิน
- ในกรณีที่ดินที่ใช้ดำเนินการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมิใช่ที่ดินของเกษตรกรให้ใช้เอกสารแสดงการมีสิทธิหรือได้รับอนุญาต หรือยินยอมให้ใช้ที่ดินหรือได้รับอนุญาตให้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น สัญญาเช่าที่ดิน หนังสืออนุญาตให้เช่าที่ดิน หลักฐานให้ใช้ที่ดินเป็นหนังสือ ใบอนุญาตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นต้น (ผู้ที่เช่าที่ดินผู้อื่นต้องนำสำเนาเอกสารสิทธิในที่ดินของเจ้าของและหนังสือสัญญาเช่ามายื่นต่อเจ้าหน้าที่รับคำขอขึ้นทะเบียนฯ)
- ตำแหน่งที่ตั้ง ฟาร์ม (ค่า GPS) เช่น ค่าพิกัดแบบจุดทศนิยม (Lat\itude, Longitude)
การขอใบอนุญาตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกรณีที่เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง
อ้างอิงตาม
- ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องเงื่อนไขรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการอนุญาตให้ทำการประมงหรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำประเภทที่สาธารณประโยชน์ตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490
- ระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการยื่นคำขอและการอนุญาตให้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำประเภทที่สาธารณประโยชน์ พ.ศ. 2533
อายุของทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
- อายุของทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีอายุ 3 ปี นับแต่วันได้รับการขึ้นทะเบียน
การขอต่ออายุทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องยื่นแบบแสดงความจำนงขอต่ออายุทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามแบบที่กำหนดไว้ภายใน 30 วัน ก่อนหมดอายุทะเบียน โดยใช้เอกสารดังนี้
- บัตรประจำตัวเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฉบับเดิม
- หลักฐานที่แสดงได้ว่ามีการดำเนินการเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์สัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าซื้อพันธุ์สัตว์น้ำ
- เอกสารที่แสดงถึงการมีสิทธิ์ในการใช้พื้นที่เลี้ยงหรือเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ
🐛 4. เกษตรกรด้านหม่อนไหม
หน่วยงาน: กรมหม่อนไหม
- เช่น ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม
- ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานกรมหม่อนไหมในพื้นที่
- เพื่อรับการสนับสนุนด้านพันธุ์ เทคโนโลยี และการตลาด
🌳 5. เกษตรกรสวนยางพารา
หน่วยงาน: การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)
- ขึ้นทะเบียนสวนยางและเกษตรกรชาวสวนยาง
- ติดต่อสำนักงาน กยท. ในพื้นที่
- ใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับรับสิทธิและโครงการช่วยเหลือชาวสวนยาง
สรุป
📝 การขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางเอกสาร แต่เป็นการสร้างโอกาสและหลักประกันในการเข้าถึงสิทธิ ความช่วยเหลือ และการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นระบบ
📢 ขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกร ตรวจสอบและขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อไม่พลาดสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ
@gcc_1111 ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 🌱 ได้สิทธิอะไรบ้าง? ✅ ช่วยเหลือภัยพิบัติ ✅ ประกันภัยพืชผล ✅ พยุงราคาสินค้าเกษตร ✅ ใช้ยืนยันตัวตน ขอสินเชื่อ-สวัสดิการ 📌 ขึ้นทะเบียนวันนี้ ไม่พลาดสิทธิจากภาครัฐ ข้อมูลเพิ่มเติม ☎️ สายด่วน 1111 🟢 https://lin.ee/TP19DN3 📖 https://gcc.go.th/?p=350902 #เกษตรกร #เกษตรกรไทย #เกษตรกรชาวนา #เกษตรกรชาวสวน #เกษตรกรสวนยาง #ปศุสัตว์ #ประมง #เกษตรกรยุคใหม่ #เกษตรกรรุ่นใหม่ #ทะเบียนเกษตรกร #ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ♬ เสียงต้นฉบับ - GCC 1111
