จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ต้องเตรียมอะไรบ้าง

การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้คู่สมรสทุกเพศได้รับสิทธิและความคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเท่าเทียม การเตรียมเอกสารและความพร้อมล่วงหน้าจะช่วยให้ขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่น โดยสามารถแบ่งสิ่งที่ต้องเตรียมออกเป็นหมวดหมู่ดังนี้

1. คุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนสมรส

ก่อนดำเนินการ คู่สมรสทั้งสองฝ่ายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย ได้แก่

    • มีอายุครบตามที่กฎหมายกำหนด
    • สมัครใจสมรสทั้งสองฝ่าย
    • ไม่เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่นอยู่ก่อน
    • ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามสมรสกันตามกฎหมาย

2. เอกสารประจำตัวที่ต้องใช้

  • เอกสารพื้นฐานที่ต้องเตรียมให้ครบทั้งสองฝ่าย ได้แก่
    • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • กรณีเคยเปลี่ยนชื่อ–สกุล ให้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ–สกุลมาด้วย
  • กรณีอายุยังไม่ครบ 20 ปี ต้องมีใบยินยอมจากผู้ปกครอง

3. กรณีมีสถานะพิเศษ

หากคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสถานะพิเศษ ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้

เคยสมรสและหย่าร้างแล้ว

    • ใบสำคัญการหย่า หรือคำพิพากษาศาลที่ถึงที่สุด

คู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ

    • หนังสือเดินทาง (Passport)
    • หนังสือรับรองสถานภาพโสดจากประเทศต้นทาง
    • เอกสารต้องแปลเป็นภาษาไทยและรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

4. พยานในการจดทะเบียนสมรส

    • ต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน
    • พยานต้องบรรลุนิติภาวะ
    • ใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน

5. สถานที่และขั้นตอนการจดทะเบียน

    1. ติดต่อสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ
    2. ยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่
    3. ลงนามในทะเบียนสมรสต่อหน้านายทะเบียน
    4. รับใบสำคัญการสมรสเป็นหลักฐานทางกฎหมาย

6. สิทธิและผลทางกฎหมายหลังจดทะเบียน

เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้ว คู่สมรสจะได้รับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น

    • หน้าที่อุปการะเลี้ยงดู: คู่สมรสมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน
    • การใช้ชื่อสกุล: มีสิทธิ์ในการใช้ชื่อสกุลของคู่สมรสอีกฝ่าย
    • ทรัพย์สิน: มีสิทธิ์จัดการทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส หรือที่เรียกว่าสินสมรสร่วมกัน
    • มรดก: มีสิทธิ์รับมรดกของคู่สมรสเมื่ออีกฝ่ายเสียชีวิตไปก่อน
    • เงินจากทางราชการ/นายจ้าง: มีสิทธิ์รับเงิน เช่น บำเหน็จตกทอด หรือเงินสงเคราะห์บุตรตามกฎหมายแรงงาน ในกรณีที่คู่สมรสตายเพราะปฏิบัติหน้าที่หรือจากการทำงาน
    • ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย: สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือค่าทดแทนจากผู้ที่ทำให้คู่สมรสของตัวเองเสียชีวิตได้
    • กรณีมีชู้: สามารถเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองได้ตามกฎหมาย เมื่อพบว่าคู่สมรสมีชู้ ก็สามารถเรียกค่าเสียหายได้ทั้งจากคู่สมรสและชู้
    • ลดหย่อนภาษี: ได้รับการลดหย่อนค่าภาษีเงินได้ตามเงื่อนไขการลดหย่อนภาษี
    • ความผิดระหว่างกัน: คู่สมรสที่ทำความผิดระหว่างกัน เช่น สามีขโมยเงินภรรยา ภรรยาบุกเข้าบ้านสามี ผู้ที่ทำผิดไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย
    • ฟ้องร้องแทน: การจดทะเบียนสมรสทำให้คู่สมรสฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายคู่สมรสของตัวเองได้ เช่น หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งถูกโจรปล้น คู่สมรสอีกฝ่ายก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแทนได้

สรุป

       การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก หากเตรียมเอกสารและตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วน การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้การจดทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ภายใต้สิทธิที่เท่าเทียมตามกฎหมาย

-->