ส.ป.ก. สั่งเข้มทั่วประเทศ ออกหนังสือด่วนถึงผู้ว่าฯ “ไล่ตรวจ-เพิกถอนสิทธิ” ผู้ใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์

ส.ป.ก. สั่งเข้มทั่วประเทศ ออกหนังสือด่วนถึงผู้ว่าฯ “ไล่ตรวจ-เพิกถอนสิทธิ” ผู้ใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์

          สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ออกหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศสั่งการให้ ส.ป.ก.จังหวัด ตรวจสอบการถือครองและการใช้ที่ดินอย่างเข้มงวด หลังพบกรณีนำที่ดินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาทิ จัดคอนเสิร์ต ทำรีสอร์ท ดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ และบุกรุกก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ ส.ป.ก. ยืนยันที่ดินปฏิรูปมีไว้เพื่อเกษตรกรเท่านั้น ผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่มีข้อยกเว้น

 

          สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ออกหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กำชับ ส.ป.ก.จังหวัด ตรวจสอบการถือครองที่ดินเข้มงวด หลังปรากฏข่าวการนำที่ดินไปจัดคอนเสิร์ต และการบุกรุกพื้นที่ใน จังหวัดสระบุรีเพื่อสร้างที่พักสงฆ์และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ

          จากกระแสข่าวที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์และรายการข่าวทีวี ที่เปิดโปงขบวนการรุกที่ดิน ส.ป.ก. ผิดประเภท ในหลายพื้นที่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ส.ป.ก. ขยับตัวครั้งใหญ่ “ไม่นิ่งเฉย” เรียกคืนสมบัติชาติ และจัดระเบียบที่ดินทำกินให้กลับมาเป็นของเกษตรกรอย่างแท้จริง

          1. การตรวจสอบการใช้ที่ดินผิดประเภทในเขตป่ารอยต่อ (ขอนแก่น-เลย)
               ในการประชุมคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ได้เข้าชี้แจงกรณีมีการนำที่ดิน ส.ป.ก. ในเขตพื้นที่รอยต่อป่าสงวนฯ จังหวัดขอนแก่นและเลย ไปใช้จัดคอนเสิร์ต สร้างรีสอร์ท และเปิดบริษัทวัสดุก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นการใช้งานผิดวัตถุประสงค์อย่างร้ายแรง

          ส.ป.ก. ยืนยันว่าหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง จะใช้มาตรการเด็ดขาดออกหนังสือเตือนให้ปรับปรุงพื้นที่ ทันที หากยังเพิกเฉยจะดำเนินการ “เพิกถอนสิทธิและยึดคืนที่ดิน” ตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด

          2. ปฏิบัติการสนธิกำลังตรวจสอบการบุกรุกที่ดิน จ.สระบุรี “พุทธพาณิชย์รุกที่รัฐ”
                เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก และ อ.วังม่วง จ.สระบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ได้สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจสอบสวนกลาง ป.ป.ป. ป.ป.ช. บก.ปทส. กรมป่าไม้ ป.ป.ท. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ฝ่าย ปกครอง เข้าตรวจค้นตามหมายค้นศาลจังหวัดสระบุรีเข้าตรวจค้น 4 จุดสำคัญ เข้าตรวจค้นตามหมายค้นศาลจังหวัด สระบุรี พบข้อเท็จจริงดังนี้

จุดที่ 1 พื้นที่สร้างวัด (ที่พักสงฆ์) เนื้อที่ 13 ไร่ มีการก่อสร้างอาคารกว่า 10 หลัง
จุดที่ 2 หมู่บ้านอาริยะ พบการแผ้วถาง ปรับพื้นที่ แบ่งล็อกแปลงที่ดิน วางโครงสร้างบ้านน็อกดาวน์ พร้อมติดตั้ง เสาไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภค เพื่อเตรียมขายให้พุทธศาสนิกชนในราคาหลังละ 500,000 บาท
จุดที่ 3 พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ พบร่องรอยการใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ในการขุดดิน ถมดิน และตัดต้นไม้ เพื่อปรับพื้นที่เตรียมก่อสร้างเพิ่มเติม
จุดที่ 4 ผาชนะใจ พบการปรับหน้าดินบนเนินเขา เตรียมสร้างพระประธานองค์ใหญ่ เมื่อพบการกระทำกรณีที่มี การก่อสร้างอาคารเพื่อใช้ในการประกอบ

          กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ส.ป.ก. ได้ประสานสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงกับชุมชนในพื้นที่ให้เป็นที่ยุติว่าเป็นการดำเนินการเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง หรือไม่ ก่อนพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ในส่วนที่พบการแผ้วถาง ขุดดิน ปรับพื้นที่ แบ่งล็อก วางโครงสร้าง เสาไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภค ในพื้นที่จึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อที่ดินของ ส.ป.ก. จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งหมด รวมทั้งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่สร้างโดยมิชอบ และฟื้นฟูสภาพดินให้กลับสู่สภาพเดิม และจะประสานหน่วยงาน ตรวจสอบที่มาของเงินทุนที่ใช้ในการบุกรุกและพัฒนาโครงการ เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

          หนังสือด่วนถึง “ผู้ว่าฯ” ย้ำต้องไม่มีใครอยู่นอกเหนือกฎหมาย เพื่อเป็นการปิดช่องว่างและป้องกันการบุกรุกซ้ำซ้อน ส.ป.ก. ส่วนกลางได้ส่งหนังสือถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด โดย มีเนื้อหาขอให้สั่งการให้ ส.ป.ก.จังหวัด ดำเนินการดังนี้

1. ตรวจสอบการถือครอง ตรวจสอบเกษตรกรและบุคคลภายนอกที่เข้ามาครอบครองที่ดินโดยมิชอบ
2. จัดการผู้ฝ่าฝืน ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่ใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ (เช่น ทำรีสอร์ท หรือธุรกิจเชิงพาณิชย์)
3. ป้องปรามเชิงรุก บูรณาการร่วมกับผู้นำชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการบุกรุกใหม่

          ส.ป.ก. ยืนยันเจตนารมณ์ชัดเจนว่า ที่ดินปฏิรูปมีไว้เพื่อเกษตรกรเท่านั้น ใครที่นำไปใช้หาผลประโยชน์ ส่วนตัวหรือดำเนินธุรกิจแฝง จะต้องถูกดำเนินคดีถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น

-->