สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แจ้งสิทธิ ผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ใช้บัตรทอง รับยาต่อเนื่องที่คลินิกใกล้บ้าน

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แจ้งสิทธิ ผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ใช้บัตรทอง รับยาต่อเนื่องที่คลินิกใกล้บ้าน

ผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ใช้บัตรทอง รับยาต่อเนื่องที่คลินิกใกล้บ้าน หลังรักษาพ้นวิกฤติฉุกเฉิน

         “ผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” สิทธิบัตรทอง แชร์ประสบการณ์เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ใช้สิทธิ UCEP รักษาตัว 72 ชั่วโมง ที่ “รพ.เอกชน” ไม่มีค่าใช้จ่าย หลังรักษาเสร็จต้องไปรับยาต่อเนื่อง รพ.รับส่งต่อที่อยู่ไกลจากบ้าน เลือกวิธีซื้อยากินเอง โชคดีเภสัชกร “ร้านยาหน่วยนวัตกรรม” ช่วยเช็กสิทธิบัตรทอง พบหน่วยบริการประจำสิทธิเป็น “คลินิก” ตั้งอยู่ใกล้บ้าน ช่วยไปรับยาสะดวกขึ้น ประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง

         นายจีรวัฒน์ สินสมบูรณ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อายุ 47 ปี ที่ใช้บริการสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เปิดเผยถึงประสบการณ์การใช้สิทธิบัตรทองของตนเองว่า ประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่วัดทองสุทธาราม แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร แต่เมื่อช่วงต้นปี 2569 เกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต โดยมีอาการเจ็บ แน่นหน้าอกอย่างรุนแรง หายใจไม่ออก มือชา จึงตัดสินใจไปตรวจรักษาทันทีที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด และทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแจ้งว่าเข้าข่ายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตเข้ารับบริการได้ทุกที่ (UCEP) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และได้รับรักษาตัวและดูแลเป็นเวลา 72 ชั่วโมง

         ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวได้ให้การรักษาตามสิทธิ UCEP วินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และแพทย์ได้ทำการรักษาโดยใส่ขดลวดค้ำยันผนังหัวใจ (Stent) พร้อมกับให้นอนพักรักษาตัวผู้ป่วยในเป็นเวลา 3 วัน หรือใน 72 ชั่วโมง ซึ่งตลอดระยะเวลาไม่มีค่าใช้จ่าย จะมีเพียงค่ายาที่ต้องจ่ายเองเพิ่มเติม 300 บาท ก่อนที่อาการจะดีขึ้น และต้องกลับไปพักฟื้นต่อ

         อย่างไรก็ตาม แพทย์ของโรงพยาบาลฯ ได้แจ้งว่า อาการเจ็บป่วยของตนเองต้องได้รับยากินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางโรงพยาบาลฯ จะทำเรื่องส่งต่อการรักษาไปยังโรงพยาบาลรับส่งต่อ ในเครือข่ายหน่วยบริการสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ที่ตนมีขึ้นทะเบียนสิทธิอยู่

         อย่างไรก็ดี การไปรับบริการที่โรงพยาบาลรับส่งต่อนั้น แม้ว่าจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการรับบริการ แต่ก็ไกลจากบ้านพักมาก และไม่สะดวกในการเดินทางไปรับบริการ ดังนั้นจึงตัดสินใจจะซื้อยาดังกล่าวที่ร้านยาใกล้บ้านมากินเอง แต่เมื่อไปที่ร้านยาซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นหน่วยบริการนวัตกรรมในระบบบัตรทอง ตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ และจากการได้พุดคุยกับเภสัชกรประจำร้านยา ซึ่งรับทราบว่าตนเองเป็นสิทธิบัตรทอง จึงแนะนำให้ตรวจสอบสิทธิพร้อมแนะนำให้ไปรับบริการที่หน่วยบริการประจำสิทธิของตนเอง

         จากการตรวจสอบสิทธิ โดยเภสัชกรประจำร้านยาฯ ดังกล่าว ทำให้ทราบว่าตนเองมีสิทธิบัตรทองอยู่ที่คลินิกเวชกรรม ซึ่งเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในระบบบัตรทองที่อยู่ห่างจากบ้านพักออกไปเพียง 2 – 3 กิโลเมตรเท่านั้น ดังนั้น จึงได้ไปรับบริการที่คลินิกดังกล่าวตามสิทธิ และได้รับยาต่อเนื่องโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสะดวกมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก

         “ผมไม่ค่อยเจ็บป่วย เลยไม่ได้ไปหาหมอมาก่อน ไม่เคยใช้สิทธิบัตรทอง แต่เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉินได้ใช้สิทธิ UCEP และรักษาต่อเนื่องโดยใช้สิทธิบัตรทองพร้อมรับยา จากที่ได้ใช้สิทธิบัตรทองก็ได้รับบริการที่ดีและสะดวก ใกล้บ้าน ยอมรับว่าในตอนแรกก็ไม่เข้าใจเกี่ยวกับการใช้สิทธิต่างๆ แต่ทางร้านยาได้ช่วยตรวจสอบสิทธิผ่านช่องทาง Line official ของ สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ทำให้รู้ว่าสิทธิตัวเองอยู่คลินิกใกล้ๆ และไปรับยาต่อเนื่องโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” นายจีรวัฒน์ กล่าวย้ำ

         นายจีรวัฒน์ กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า จากการรับบริการที่คลินิกประจำสิทธิใกล้บ้าน นอกจากสะดวกแล้ว ที่สำคัญ ยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเดินทางไปรับยาที่โรงพยาบาลรับส่งต่อที่อยู่ไกลออกไป นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่สำคัญคือไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการแต่อย่างใด ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายไปได้มาก

 

-->