กระทรวงยุติธรรม เตือนให้อาหารนกพิราบมีโทษ และเสี่ยงแพร่โรคสู่คน
การให้อาหารนกพิราบ แม้หลายคนมองว่าเป็นการทำบุญ แต่การกระทำดังกล่าวอาจทำให้นกเพิ่มจำนวนมากเกินควบคุม และเสี่ยงต่อการแพร่โรคสู่คน เช่น โรคไข้หวัดนกหรือโรคทางเดินหายใจได้ ตามกฎหมาย หากการให้อาหารก่อให้เกิดแหล่งเพาะเชื้อโรคหรือความสกปรก ถือเป็นเหตุรำคาญตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หากเจ้าหน้าที่สั่งห้ามแล้วยังฝ่าฝืน อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ การโปรยอาหารในที่สาธารณะยังเข้าข่ายทิ้งมูลฝอยตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ดังนั้นประชาชนควรร่วมกันรักษาความสะอาดและหลีกเลี่ยงการให้อาหารนกพิราบในพื้นที่สาธารณะเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
กฎหมายน่ารู้ ตอน ให้อาหารนกพิราบ มีความผิด
การให้อาหารนกพิราบ คิดว่าเป็นการทำบุญ แต่การกระทำดังกล่าวส่งผลให้มีจำนวนนกพิราบมากขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ และเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค เช่น โรคไข้หวัดนก โรคไข้สมองอักเสบ เยื่อสมองอักเสบ หรือโรคทางเดินหายใจ ฯลฯ
ดังนั้นหากผู้ใดฝ่าฝืนให้อาหารนกพิรายบนั้นจะมีความผิด
1. ความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
- ข้อหา: การให้อาหารนกพิราบจนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค หรือสร้างความสกปรก ถือเป็น “เหตุรำคาญ” ตามมาตรา 25
- โทษ: หากเจ้าพนักงานท้องถิ่น (เช่น เทศบาล, กทม.) ออกคำสั่งห้ามแล้วยังฝ่าฝืน จะมีโทษตามมาตรา 74 คือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535
- ข้อหา: การโปรยอาหารลงพื้นในที่สาธารณะ ถือเป็นการทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในที่สาธารณะ ตามมาตรา 31
- โทษ: มีโทษปรับสูงสุด ไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 54
