สถาบันพระปกเกล้า แนะนำ Timeline ความสัมพันธ์อิหร่าน-สหรัฐอเมริกา จากสูงสุดสู่สงคราม

สถาบันพระปกเกล้า แนะนำ Timeline ความสัมพันธ์อิหร่าน-สหรัฐอเมริกา จากสูงสุดสู่สงคราม

Timeline ความสัมพันธ์อิหร่าน-สหรัฐอเมริกา จากสูงสุดสู่สงคราม

          ภาพจำของประเทศอิหร่านในปัจจุบัน คือ ประเทศที่มีการปกครองแบบรัฐศาสนา และโดนสหรัฐอเมริกาปิดล้อมทางเศรษฐกิจผ่านมาตรการณ์คว่ำบาตรมาอย่างยาวนาน โดยความสำคัญของอิหร่านในเวทีโลก คือ การเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณ และมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ซึ่งเป็นจุดส่งออกน้ำมันและพลังงานที่สำคัญของโลก รวมทั้งอิหร่านเองก็เป็นประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมันมหาศาลอีกด้วย วันนี้สถาบันพระปกเกล้าจึงชวนย้อนดูเส้นทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ของสองชาติ ในฐานะที่อิหร่านเป็นคู่ขัดแย้งกับสหรัฐอเมริกา ทั้งที่ในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์อิหร่านเคยเป็นพันธมิตรที่สำคัญ ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคร่วมกับอิสราเอล

ข้อมูลใน info

          ยุคพันธมิตร (1955–1978) อิหร่านยุคชาห์ปาห์ลาวีเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง อิหร่านต้องการหลักประกันจากภัยคอมมิวนิสต์ ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการใช้ภูมิศาสตร์อิหร่านปิดล้อมโซเวียต ทั้งคู่ยังมีโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติร่วมกัน

          รอยร้าวแห่งความสัมพันธ์ (1979–1988) คอร์รัปชันและการปราบปรามทางการเมืองทำให้ระบอบชาห์ล่มสลาย นำสู่การปฏิวัติอิสลาม ในสงครามอิรัก–อิหร่านที่ตามมา สหรัฐฯ หนุนอิรักและเพิกเฉยต่อการใช้อาวุธเคมีโจมตีอิหร่าน ความหวาดระแวงต่อภัยคุกคามภายนอกและตะวันตก คือ จุดเริ่มต้นของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน

          ยุคแห่งความตึงเครียด (1995–2013) สหรัฐฯ คว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านเต็มรูปแบบ มุ่งเป้าอุตสาหกรรมน้ำมัน แม้มีความพยายามฟื้นความสัมพันธ์ช่วงสั้นๆ แต่สุนทรพจน์ “Axis of Evil” หลัง 9/11 ที่ระบุชื่ออิหร่าน ปิดประตูการเจรจา และอิหร่านก็เดินหน้าโครงการนิวเคลียร์จนนำสู่วิกฤต

          ความหวังและการพังทลาย (2015–2020) โอบามาบรรลุข้อตกลง JCPOA จำกัดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมแลกกับการผ่อนปรนคว่ำบาตร แต่เมื่อทรัมป์ขึ้นสู่อำนาจก็ถอนตัวจากข้อตกลงฝ่ายเดียว และกดดันอิหร่านด้วยการลอบสังหารผู้นำทางทหาร

          ปัจจุบันเมื่อความขัดแย้งปะทุ (2021–2026) ไบเดนพยายามฟื้น JCPOA แต่ล้มเหลว ความขัดแย้งคุกรุ่นผ่านสงครามตัวแทนระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มที่อิหร่านหนุนหลัง จนทรัมป์กลับมาในปี 2025 และนำไปสู่การโจมตีโครงสร้างนิวเคลียร์อิหร่าน ก่อนจะเกิดการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดต่อชนชั้นนำ เศรษฐกิจ และกองทัพอิหร่านในปี 2026

 

ที่มา : Facebook : สถาบันพระปกเกล้า

-->