กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคาะ 3 มาตรการเร่งด่วน แก้ปัญหาหญ้าทะเลเมืองตรังเสื่อมโทรม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคาะ 3 มาตรการเร่งด่วน แก้ปัญหาหญ้าทะเลเมืองตรังเสื่อมโทรม

         กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคาะ 3 มาตรการเร่งด่วน แก้ปัญหาหญ้าทะเลเมืองตรังเสื่อมโทรม ห่วงกระทบชีวิตสัตว์ทะเลหายาก พร้อมจับมือเอกชนตั้งสถาบันวิจัยฯ เพิ่มจำนวนพะยูนอย่างยั่งยืน


 

         พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงฯ นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้แทนจากสมาคมบลูคาร์บอนโซไซตี้ ลงพื้นที่บ้านเกาะมุกด์ จังหวัดตรัง ติดตามสถานการณ์หญ้าทะเลเสื่อมโทรม โดยได้รับฟังการบรรยายสถานการณ์หญ้าทะเลในพื้นที่จังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่ จากหน่วยงานในพื้นที่ โอกาสนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท ยังได้วางทุ่นแนวเขตอนุรักษ์หญ้าทะเล พร้อมปล่อยพันธุ์หอยชักตีน 1,500 ตัว ปล่อยพันธุ์ปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เยี่ยมชมนิทรรศการหญ้าทะเล ชมการสาธิตช่วยเหลือพะยูนเกยตื้น และแวะเยี่ยมชมพะยูนที่กำลังหากินหญ้าทะเลบริเวณหน้าหาดเกาะมุกด์ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมพูดคุยและรับฟังปัญหาจากชาวบ้านเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ร่วมให้การต้อนรับ

         พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า จังหวัดตรังเป็นแหล่งหญ้าทะเลอันดับ 1 ของประเทศไทย แต่ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เริ่มมีแนวโน้มที่ลดลง จำเป็นต้องรีบฟื้นฟู โดยได้กำหนด 3 มาตรการในการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ได้แก่ 1) การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์แหล่งหญ้าทะเล 2) ควบคุมผู้ประกอบการให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้นตามรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และ 3) กำหนดขอบเขตแนวหญ้าทะเลด้านนอกชายฝั่งทะเล ป้องกันไม่ให้มีการใช้ประโยชน์พื้นที่แหล่งหญ้าทะเลอย่างไม่ถูกวิธี หากทั้ง 3 มาตรการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเชื่อว่าแหล่งหญ้าทะเลจะสามารถฟื้นตัวกลับมาสมบูรณ์ได้อีก หัวใจสำคัญ คือ ความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชนชายฝั่ง ต้องร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง

         นอกจากนี้ การจัดตั้งสถาบันวิจัยเพื่อการอนุรักษ์พะยูนและสัตว์ทะเลหายาก ร่วมกับสมาคมบลูคาร์บอนโซไซตี้ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในประสานแนวทางการบริหารจัดการเพื่อการอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนพะยูนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังจะได้ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลในบริเวณจังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่ เพื่อหารือแนวทางการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อฟื้นฟูหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติสำคัญสำหรับวงจรชีวิตของทั้งสัตว์น้ำขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพะยูนและเต่าทะเล ที่ประเทศไทยต้องอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อีกในอนาคต

 


 

ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/78922

-->