ทส. กำชับเข้มเฝ้าระวัง พื้นที่ป่า – พื้นที่เผาอ้อย ย้ำ ต้องควบคุมจุดความร้อนให้ได้มากที่สุด

ทส. กำชับเข้มเฝ้าระวัง พื้นที่ป่า – พื้นที่เผาอ้อย ย้ำ ต้องควบคุมจุดความร้อนให้ได้มากที่สุด

         กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบนโยบายแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เน้นย้ำมาตรการเข้มงวดในพื้นที่เสี่ยงสูง



         วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 10.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และมอบนโยบายในการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ทั้ง 76 จังหวัด สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 1-16 และสาขา สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ (สจป.) ที่ 1-13 และสาขา และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ (สคพ.) ที่ 1-16 โดยมี รองปลัดกระทรวงฯ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนอธิบดีกรมป่าไม้ และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบ VDO Conference เพื่อติดตามกำชับการดำเนินการตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 ในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีจำนวนจุดความร้อนสูงทั้งในพื้นที่ป่า และพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อควบคุมสถานการณ์ในช่วงปลายสัปดาห์ที่สภาพอากาศมีแนวโน้มส่งผลต่อคุณภาพอากาศและค่าฝุ่นละออง PM2.5

         ปกท.ทส. ได้กล่าวให้กำลังใจและขอให้ทุกท่านตั้งใจปฏิบัติงาน พร้อมกันนี้ได้กำชับและเน้นย้ำไม่ให้เกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะจุดสำคัญ ๆ ในแต่ละจังหวัด โดยในการดำเนินงานต้องมีความชัดเจน ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด อีกทั้งขอให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในการดำเนินงานเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่า รวมถึงงบกลางที่ได้รับจากรัฐบาล การประสานงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด การใช้เทคโนโลยีและวัสดุอุปกรณ์เข้าช่วยเสริมการทำงาน การตรวจวัดจุดความร้อนแบบ Real time การสนธิกำลังพลร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ ในการเฝ้าระวังและปฏิบัติการดับไฟป่า โดยเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงานต้องมีความรู้และทักษะที่เพียงพอเพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ขอให้เร่งสร้างความรับรู้ความเข้าใจกับประชาชนและผู้นำชุมชน เพื่อสร้างแนวร่วมในการเฝ้าระวังป้องกันไฟป่าและการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีจำนวนจุดความร้อนสูง อาทิ ตาก ชัยภูมิ กาญจนบุรี อุตรดิตถ์ และขอนแก่น ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและให้มีการรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นประจำทุกวัน พร้อมทั้งขอให้ทุกจังหวัดเร่งจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อตรวจสอบจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการอย่างเด็ดขาด รวมถึงขอให้สำรวจพื้นที่การปลูกอ้อย และการรับซื้ออ้อยไฟไหม้ ซึ่งพบว่ายังคงมีอยู่ เพื่อนำข้อมูลมาเตรียมการรับมือ ป้องกัน และเฝ้าระวังต่อไป ทั้งนี้ ขอให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกลางในพื้นที่ โดยมีกรมควบคุมมลพิษคอยให้คำแนะนำและสนับสนุนข้อมูล

 

 


 

 

ที่มา : https://shorturl.asia/nhmOF

-->