สคบ. ร่วมกับ ตํารวจปากคลองรังสิต จัดการผู้ให้เช่าห้องพักที่เอาเปรียบผู้บริโภค
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับ ตํารวจปากคลองรังสิต จัดการผู้ให้เช่าห้องพักที่เอาเปรียบผู้บริโภค

สคบ. ร่วมกับ ตํารวจปากคลองรังสิต จัดการผู้ให้เช่าห้องพักที่เอาเปรียบผู้บริโภค
ตามที่ปรากฏข่าวในเพจ โหนกระแส เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 กรณีนักศึกษาได้เช่าห้องพักแห่งหนึ่งย่านรังสิต ต่อมาได้แจ้งยกเลิกสัญญาเช่ากับ
ผู้ประกอบธุรกิจ เมื่อนักศึกษากลับไปที่ห้องเช่าเพื่อนําผู้ให้เช่าขึ้นไปตรวจสอบความ เสียหายด้านบนห้องเช่าและมีการวางกระเป๋าไว้ที่ด้านล่าง แต่พอกลับลงมาปรากฏว่า ผู้ให้เช่าได้ทําการรื้อกระเป๋ายึดไอแพดและเอกสารสําคัญไว้และแจ้งว่า “ถ้าอยากได้ คืนต้องจ่ายมา 15,000 เป็นค่าผิดสัญญาเช่า” นักศึกษารายดังกล่าวจึงได้ไปแจ้งความที่ สภ. ปากคลองรังสิต และมีการร้องเรียนไปที่รายการโหนกระแส อีกทั้งปรากฏ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ข้อเท็จจริงว่ายังมีนักศึกษารายรายได้ประสบเหตุเช่นเดียวกันโดนผู้ประกอบธุรกิจรายนี้เอาเปรียบในการทํา สัญญาเช่าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ประสานขอความร่วมมือ สคบ. เชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมถึงแนวทางการช่วยเหลือนักศึกษาให้ได้รับความเป็นธรรม
ต่อมาเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 เวลา 13.00 น. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์) สั่งการให้ นายฐิตินันท์ สิงหา รองเลขาธิการฯ มอบหมาย ผู้อํานวยการกองคุ้มครอง ผู้บริโภคด้านสัญญา นายเลิศศักดิ์ รักธรรม และคณะพนักงานเจ้าหน้าที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค เข้าร่วมประชุมกับ พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต ซึ่งได้เชิญ สคบ. เพือให้ ข้อเท็จจริง และหาแนวทางช่วยเหลือผู้บริโภค ที่แจ้งความร้องทุกข์รวมถึงผู้บริโภคอีกจํานวน 46 ราย ซึ่งได้ทํา สัญญาเช่ากับผู้ประกอบธุรกิจรายดังกล่าว และประสบเหตุจากการถูกเอาเปรียบในเรื่องสัญญาเช่าที่อยู่อาศัย จากการประชุมสรุปผลข้อเท็จจริงได้ ดังนี้
- การตรวจสอบการขออนุญาตการก่อสร้างอาคาร ซึ่งเทศบาลตําบลหลักหกได้ให้ข้อเท็จจริงว่า ผู้ให้เช่า ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยจํานวน 3 อาคาร แต่ต่อมาได้นําห้องดังกล่าวมาทําธุรกิจให้นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้เช่า ไม่เป็นตามที่ขออนุญาตจากเทศบาลตําบลหลักหก จึงถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย การขออนุญาตก่อสร้างใช้อาคาร
- การตรวจสอบประเด็นว่า ธุรกิจให้เช่าที่อยู่อาศัยเป็นการประกอบธุรกิจหอพักตาม พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 หรือไม่ ในประเด็นนี้ เทศบาลตําบลหลักหกได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่า เจ้าของอาคารไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นประเภททหอพักตาม พ.ร.บ. หอพักฯ การประกอบธุรกิจให้เช่าที่อยู่อาศัยดังกล่าว จึงต้อง อยู่ภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุม สัญญา พ.ศ. 2562 ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ. ปากคลองรังสิต จะได้แจ้งให้ผู้เสียหายนําสัญญาเช่าห้องพักมามอบ ให้พนักงานสอบสวน และส่งมอบให้ สคบ. ตรวจสอบว่าเป็นไปตามประกาศฯ หรือไม่
- การช่วยเหลือเยียวยาในทางแพ่ง หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ประกอบธุรกิจมีการเรียกเงินประกัน ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด สคบ. มีสิทธิที่จะเข้าดําเนินการในทางกฎหมายกับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเรียกเงินคืนให้กับผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิต่อไปได้ โดยมหาวิทยาลัยรังสิตจะได้รวบรวมรายชื่อผู้เช่าพร้อมสัญญาเช่า และรายละเอียดความเสียหายจากการผิดสัญญาของผู้ให้เช่า จัดส่งให้พนักงานสอบสวน สภ. ปากคลองรังสิต หาก สภ. ปากคลองรังสิต พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นข้อพิพาทในทางแพ่งก็จะส่งเรื่องให้ สคบ. ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป
ที่มา : Facebook : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
