กรมการขนส่งทางบก เปิดบริการทำใบขับขี่สาธารณะนอกเวลาราชการ วันที่ 18 และ 25 ต.ค. 68
กรมการขนส่งทางบก อำนวยความสะดวกประชาชนเปิดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถสาธารณะนอกเวลาราชการกรณีทำใหม่หรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ โดยอบรม e – learning มาเรียบร้อยแล้ว ในวันเสาร์ที่ 18 และ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 8.30 – 15.30 น.
กรมการขนส่งทางบกอำนวยความสะดวกประชาชนเปิดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถสาธารณะนอกเวลาราชการ กรณีทำใหม่และต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะในวันเสาร์ที่ 18 และ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 08.30 – 15.30 น. ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 โดยต้องเป็นผู้อบรม e – learning (อบรมหลักสูตรขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ) มาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ผู้สนใจเตรียมเอกสารหลักฐานดังนี้
- บัตรประชาชน
- ใบรับรองแพทย์
- ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลที่ยังมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 2 เดือน หรือ ใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ (กรณีทำใหม่)
- ผลอบรม e – learning หลักสูตรขอรับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ หรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (https://www.dlt-elearning.com/)
- ใบอนุญาตขับรถสาธารณะเดิม (กรณีต่ออายุ)
ขั้นตอนการดำเนินการ ผู้รับบริการมารับบัตรคิวตามรอบเวลา และยื่นเอกสารหลักฐานพร้อมแสดงผลการอบรม e – learning เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานเรียบร้อยแล้วจะมีหนังสือให้ประชาชนไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตามวันที่ได้จองคิวไว้ และเมื่อรับหนังสือดังกล่าวแล้วจะดำเนินการทดสอบสมรรถภาพร่างกายและทดสอบข้อเขียน E – exam หลังจากนั้น รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม 15 – 20 วัน นับจากวันที่ไปตรวจสอบประวัติ เมื่อผลการตรวจสอบไม่พบประวัติอาชญากรรมและสอบข้อเขียนผ่านแล้วสามารถมาออกใบอนุญาตฯ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตขับรถสาธารณะ รถยนต์สาธารณะ 305 บาท รถจักรยานยนต์สาธารณะ 155 บาท ทั้งนี้ ประชาชนผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 หรือ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 เมื่อได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพขับรถรับจ้างสาธารณะต้องดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ใบอนุญาตขับรถสาธารณะเป็นเอกสารหลักฐานที่สำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพขับรถสาธารณะ โดยเฉพาะพนักงานขับรถรับจ้างที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันที่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะถูกต้องตามกฎหมาย และเข้ามาดำเนินการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกตามประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่ดำเนินการตามประกาศฯ ดังกล่าวจะมีความผิดตามกฎหมายและมีผลให้ผู้ขับรถที่ยังไม่จดทะเบียนไม่สามารถขับรถให้แอปพลิเคชันนั้นได้
