นายกรัฐมนตรี ห่วงใยเกษตรกร สั่งเร่งควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค – กระบือ
นายกรัฐมนตรี ห่วงใยเกษตรกร สั่งเร่งควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค – กระบือ พร้อมกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรค ตามมาตราการที่กรมปศุสัตว์กำหนด ไม่ว่าจะเป็น ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค กระบือ ป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ รวมถึงการจัดหาวัคซีนเพื่อควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน ซึ่งถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค กระบือ ใน 35 จังหวัด ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันตกและภาคใต้ โดยมีโค กระบือ ป่วยกว่า 6,763 ตัว จึงกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรค ตามมาตราการที่กรมปศุสัตว์กำหนด ไม่ว่าจะเป็น ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค กระบือ ป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ รวมถึงการจัดหาวัคซีนเพื่อควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน ซึ่งถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นายกรัฐมนตรี จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ยิ่งเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ยิ่งต้องเพิ่มความรอบคอบในการทำงาน มีความรัดกุมในการดำเนินมาตรการควบคุมโรค โดยให้มีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด
นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยเกษตรกร โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณามาตรการช่วยเหลือ เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานราชการ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจถึงโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค กระบือ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก พร้อมกับเข้าใจถึงแนวทางการรับมือ ควบคุมและป้องกันโรคอย่างถูกต้องและไปกังวลถึงการลักลอบเคลื่อนย้ายโค กระบือ จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย อันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำโรคเข้ามาเพิ่มในประเทศไทย รวมถึงการลักลอบเคลื่อนย้ายภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้โรคแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ กรณีมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายให้ปฏิบัติตามตามแนวทางการเคลื่อนย้ายที่กรมปศุสัตว์กำหนด จึงย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจตราอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินคดีความกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523123549918
