สถาบันพระปกเกล้า แนะนำการเลือกตั้งที่ดี วัดกันแค่ จำนวนคนมาใช้สิทธิ์ เพียงพอหรือไม่
การเลือกตั้งที่ดี วัดกันแค่ จำนวนคนมาใช้สิทธิ์ เพียงพอหรือไม่
การเลือกตั้งที่มีคุณภาพ ไม่ได้สะท้อนแค่ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณา คุณภาพของกระบวนการเลือกตั้งในทุกช่วงเวลา วันนี้เราชวนมาดูว่า การเลือกตั้งที่ดีและมีคุณภาพสามารถประเมินได้จากอะไรบ้าง โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ
ช่วงที่ 1 : ก่อนการเลือกตั้ง
ช่วงแห่งการ “วางรากฐานความเป็นธรรม” การเลือกตั้งจะมีคุณภาพได้ ต้องเริ่มจากการเตรียมความพร้อมที่ดี ทั้งในเชิงกฎหมาย กลไก และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยสามารถใช้ 8 Checklist สำคัญ ในการประเมิน ได้แก่
- กติกาและกฎหมายชัดเจน ครอบคลุม ไม่เปิดช่องว่าง
- อำนาจและความเป็นอิสระของ กกต. เหมาะสม เป็นกลาง
- เจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช้ตำแหน่งหรือทรัพยากรเอื้อฝ่ายใด
- การเงินการหาเสียงโปร่งใส ตรวจสอบได้
- การเปิดเผยข้อมูลที่ประชาชน “ควรรู้–ต้องรู้” อย่างทั่วถึง
- ระบบตรวจสอบสิทธิ์ และการเลือกตั้งนอกเขต/ล่วงหน้า เข้าใจง่าย
- เสรีภาพของสื่อมวลชน ไม่ถูกแทรกแซงหรือกดดัน
- ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ พร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง
ช่วงที่ 2 : วันเลือกตั้ง
ช่วงเวลาที่ “เสียงของประชาชน” ต้องได้รับการคุ้มครอง การจัดการเลือกตั้งในวันลงคะแนน ต้องเป็นไปอย่าง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดหน่วยเลือกตั้ง การลงคะแนน ไปจนถึงการนับคะแนนรวมถึง
- การเปิดโอกาสให้ผู้สังเกตการณ์ตามกฎหมาย
- การรักษาความสงบเรียบร้อย
- การจัดการสถานการณ์ไม่คาดคิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิของประชาชน
ช่วงที่ 3 : หลังการเลือกตั้ง
ช่วงตอกย้ำ “ความชอบธรรมและความเชื่อมั่น” การเลือกตั้งจะสมบูรณ์ได้ ต้องมีกลไก ร้องเรียน–ตรวจสอบ–เยียวยา ที่ชัดเจน เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ภายใต้กรอบเวลาที่เหมาะสมรวมถึง
- การพิจารณาข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบ
- การให้เหตุผลที่ชัดเจน ไม่คลุมเครือ
- การยอมรับผลการเลือกตั้ง
- การถอดบทเรียน เพื่อนำไปพัฒนาการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เพราะ “การเลือกตั้งที่มีคุณภาพ” ไม่ใช่แค่เรื่องของวันเลือกตั้ง แต่คือ กระบวนการทั้งระบบ ตั้งแต่ก่อน–ระหว่าง–หลัง การใช้ Checklist เชิงคุณภาพควบคู่กับตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์ จะช่วยเสริมความเชื่อมั่น และทำให้การเลือกตั้งเป็น เสรี เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้อย่างแท้จริง
ที่มา : Facebook : สถาบันพระปกเกล้า
