ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ

       เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยการออกเสียงประชามติครั้งนี้ มีคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

      เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 166 บัญญัติให้ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรคณะรัฐมนตรีจะขอให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องใดอันมิใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ได้


      ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า จะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568 คณะรัฐมนตรีจึงเห็นสมควรสนับสนุนการทำประชามติดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่ง เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564


      ในการนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศกำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปแล้ว ซึ่งมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงประชามติ โดยกรณีที่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อาจกำหนดให้วันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งก็ได้ แต่ต้องไม่เร็วกว่าหกสิบวัน และไม่ช้ากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ


      เว้นแต่กรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่า มีเหตุผลความจำเป็นเกี่ยวกับงบประมาณหรือเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ คณะรัฐมนตรีอาจกำหนดวันแตกต่างจากที่กำหนดไว้ไว้ได้ ซึ่งในกรณีนี้นี้คณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุความจำเป็นให้มีการออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เพื่อเป็นการประหยัดและใช้งบประมาณแผ่นดินโดยคุ้มค่า เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากที่สุด


      รวมทั้งเป็นการช่วยลดภาระของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ต้องดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่แตกต่างกันด้วย ตลอดจนได้ส่งข้อมูลและสาระสำคัญในเรื่องที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่ง เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธธรรมนูญฉบับใหม่ ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568


      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 166 ของรัฐธธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ประกอบมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568 กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 เป็นวันออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

-->