ไทยรับมอบโบราณวัตถุประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย 4 อายุกว่า 1,200 ปีคืนจากสหรัฐอเมริกา
กระทรวงวัฒนธรรม รับมอบโบราณวัตถุประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย 4 รายการจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามโบราณอีก 29 รายการ แบ่งเป็นในประเทศสหรัฐฯ 25 รายการ และสหภาพยุโรป 4 รายการ
ทั้งนี้ กรมศิลปากรจะนำประติมากรรมดังกล่าวซึ่งเป็นโบราณวัตถุสมัยลพบุรี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 หรือประมาณ 1,200 ปีที่แล้วไปจัดแสดงยังห้องลพบุรี ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ซึ่งมีความสอดคล้องกับประติมากรรมพระโพธิสัตว์ พระพุทธรูปที่พบจากจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดให้ประชาชนได้เข้าชมต่อไป
(6 ม.ค.69) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานรับมอบโบราณวัตถุประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย 4 รายการจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกากลับคืนสู่มาตุภูมิ ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยได้ กล่าวขอบคุณทางการสหรัฐฯที่ให้ความสำคัญกับปกป้องมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทยซึ่งโบราณวัตถุดังกล่าวมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ประเมินค่ามิได้ยืนยันถึงการมีอยู่ของเมืองศรีจนาศะ เมืองโบราณที่มีศูนย์กลางอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำมูลและที่ราบสูงโคราช ความศรัทธาในพุทธศาสนา และภูมิปัญญาด้านโลหกรรมขั้นสูง ถือเป็นความสำเร็จของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันทำงานมาตั้งแต่ปี 2561
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามโบราณอีก 29 รายการ แบ่งเป็นในประเทศสหรัฐฯ 25 รายการ และสหภาพยุโรป 4 รายการ ทั้งนี้ กรมศิลปากรจะนำประติมากรรมดังกล่าวซึ่งเป็นโบราณวัตถุสมัยลพบุรี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 หรือประมาณ 1,200 ปีที่แล้วไปจัดแสดงยังห้องลพบุรี ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ซึ่งมีความสอดคล้องกับประติมากรรมพระโพธิสัตว์ พระพุทธรูปที่พบจากจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดให้ประชาชนได้เข้าชมต่อไป
ด้าน นางเอลิซาเบธ เจ คอนนิก อัครราชทูตที่ปรึกษา ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า การส่งคืนประติมากรรมสำริดโบราณครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศที่มีมายาวนาน โดยตั้งแต่ปี 2550 สหรัฐได้อำนวยความสะดวกส่งคืนโบราณวัตถุกว่า 20,000 ชิ้นไปยังกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย จำนวน 250 ชิ้นยืนยันว่า ความร่วมมือของระหว่างสองประเทศจะยังดำเนินต่อไปเพื่อร่วมกันหยุดยั้งขบวนการอาชญากรรมข้ามชาตินำโบราณวัตถุออกจากประเทศ ต้นกำเนิดโดยผิดกฎหมาย
