กรมกิจการผู้สูงอายุ ชี้แจงผู้สูงอายุเสียชีวิตรับเงิน 30,000 บาท เป็นข่าวปลอม อย่าแชร์ อย่าหลงเชื่อ

กรมกิจการผู้สูงอายุ ชี้แจงผู้สูงอายุเสียชีวิตรับเงิน 30,000 บาท เป็นข่าวปลอม อย่าแชร์ อย่าหลงเชื่อ

       กรมกิจการผู้สูงอายุ ชี้แจ้งตามที่มีการแจ้งข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่เสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงิน 30,000 บาท จาก พม. ประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

       ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปที่เสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 30,000 บาทจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอยืนยันว่าเป็น ข้อมูลเท็จ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และงดส่งต่อหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวในทุกช่องทางสื่อสังคมออนไลน์


       ทั้งนี้ การช่วยเหลือที่ถูกต้องเป็นไปตามโครงการสนับสนุนค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี ซึ่งดำเนินการตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยให้การช่วยเหลือเป็นเงิน รายละ 3,000 บาท ไม่ใช่ 30,000 บาทแต่อย่างใด


สำหรับคุณสมบัติของผู้ได้รับการช่วยเหลือ ได้แก่

  • เป็นผู้สูงอายุอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • มีสัญชาติไทย
  • เป็นผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือมีคุณสมบัติตามเกณฑ์แต่ยังไม่ได้รับบัตร


       โดยให้หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องออกหนังสือรับรองการสงเคราะห์ได้ รวมถึงผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์หรือสถานดูแลของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีการจัดการศพตามประเพณีโดยมูลนิธิ สมาคม วัด มัสยิด หรือโบสถ์


สถานที่ยื่นคำขอ

  • ให้ยื่นในท้องที่ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือมีภูมิลำเนาในขณะถึงแก่ความตาย
  • โดยในต่างจังหวัดสามารถยื่นได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล
  • ส่วนในกรุงเทพมหานครให้ยื่นที่สำนักงานเขต


เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ประกอบด้วย

  • ใบมรณบัตรของผู้สูงอายุ
  • บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ถ้ามี)
  • บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่หน่วยงานของรัฐออกให้แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยต้องยื่นคำขอภายในระยะเวลา 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่ออกใบมรณบัตร


       หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งทางการเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในสังคม ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมกิจการผู้สูงอายุ โทรศัพท์ 0 2642 4336