กรมป่าไม้ กำหนดมาตรการขอความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมไฟป่า

กรมป่าไม้ กำหนดมาตรการขอความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมไฟป่า

ประกาศกรมป่าไม้ เรื่อง กำหนดมาตรการขอความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมไฟป่า

           ด้วยในฤดูแล้งของทุกปีมักจะเกิดไฟป่าขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เขต ซึ่งสาเหตุของการเกิดไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากการเผาพื้นที่เพื่อเตรียมการทำการเกษตร การเก็บหาของป่า และการล่าสัตว์ เมื่อเกิดไฟป่าแล้วไฟจะลุกลามไปโดยอิสระ ปราศจากการควบคุม ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ และผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ทำให้ภาครัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องใช้ และยานพาหนะ เพื่อเข้าดำเนินการควบคุมไฟป่าเป็นจำนวนมาก

           ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันมิให้เกิดความเสียหายจากไฟป่าดังกล่าว ทั้งให้ราษฎรได้มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า กรมป่าไม้จึงกำหนดมาตรการในการป้องกันไฟป่า ดังนี้

  • เมื่อมีความจำเป็นต้องเผาวัชพืชในที่ดินทำกิน ขอความร่วมมือให้ราษฎรผู้ครอบครองที่ดิน จัดทำแนวกันไฟและควบคุมไฟมิให้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่น ๆ โดยให้ประสานงานกับหน่วยป้องกันรักษาป่าท้องที่ หรือศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าท้องที่ หรือหน่วยงานภาคสนามของกรมป่าไม้ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อจัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยควบคุมในการดำเนินการต่อไปดังกล่าว
  • ขอความร่วมมือราษฎร หากพบเห็นผู้กระทำความผิดจุดไฟเผาป่า หรือเมื่อพบเห็นไฟไหม้ป่าบริเวณใดให้ช่วยกันดับไฟโดยเร็ว เพื่อมิให้ไฟขยายเป็นวงกว้าง หากเป็นกรณีไฟรุนแรงไม่สามารถดับได้ ขอให้รีบแจ้งและประสานหน่วยป้องกันรักษาป่าท้องที่ที่อยู่ใกล้เคียง ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าท้องที่พื้นที่ไฟไหม้ป่า หรือสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ โทรศัพท์สายด่วน 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการดับไฟและจับกุมผู้กระทำผิดได้ทันการณ์

           กรณีการจุดไฟเผาป่า หรือปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย มีความผิด ดังนี้

  • ตามความในมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องระวางโทษตามมาตรา 152 ตรี จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีบุคคลเผาป่าเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท
  • ตามความในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องระวางโทษตามมาตรา 31 จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท ในกรณีบุคคลใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท

           พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97 ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569

(นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์)
รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมป่าไม้

 

ที่มา : Facebook : กรมป่าไม้

-->