สคบ. ผนึกกำลัง กทม. ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก เดินหน้าแก้ปัญหาระบบร้องทุกข์–พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ 50 เขตทั่วกรุง
สคบ. ผนึกกำลัง กทม. ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก เดินหน้าแก้ปัญหาระบบร้องทุกข์–พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ 50 เขตทั่วกรุง
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมคณะผู้บริหาร สคบ. เข้าพบนายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อหารือแนวทาง การขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีสำนักอนามัย และผู้แทนจาก 6 กลุ่มเขต ได้แก่ กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง กรุงเทพเหนือ กรุงเทพใต้ กรุงเทพตะวันออก กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ เข้าร่วม ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานะเรื่องร้องทุกข์ ที่ สคบ. ส่งต่อให้กรุงเทพมหานครดำเนินการตามหลักแห่งมูลคดีในพื้นที่ พบว่ายังมีข้อขัดข้องในทางปฏิบัติ หลายประการ อาทิ การตีความขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบที่คลาดเคลื่อน รวมถึงปัญหาระบบจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ขัดข้อง ส่งผลให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานไม่ต่อเนื่องนอกจากนี้ ยังพบประเด็นด้าน บุคลากรในระดับสำนักงานเขต ซึ่งมีการโอนย้ายสายงานบ่อยครั้ง ทำให้การดำเนินคดีหรือการไกล่เกลี่ยขาด ความต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่บางส่วนยังขาดความชำนาญเฉพาะทางด้านกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึง ข้อจำกัดด้านงบประมาณในการติดต่อสื่อสารกับผู้ร้อง การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานด้านการ คุ้มครองผู้บริโภคภายหลังการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับเรื่องร้องทุกข์ การ พิจารณาคดี และการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในระดับพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
“สคบ. พร้อมทำหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนหลัก ทั้งในด้านองค์ความรู้และการให้คำปรึกษาเชิง ปฏิบัติ โดยได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ประสานงานให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ผ่านกลุ่ม ไลน์ สคบ. กรุงเทพมหานคร รวมถึงจัดส่งตัวอย่างแบบหนังสือและแนวทางการพิจารณาเอกสาร เพื่อช่วย ให้การทำงานมีมาตรฐานเดียวกัน และลดความสับสนในการให้ข้อมูลแก่ประชาชน” เลขาธิการ สคบ. กล่าวการหารือครั้งนี้ถือเป็นการ Set Zero หรือการปรับระบบการทำงานร่วมกันใหม่ทั้งกระบวนการ เพื่อให้ การกระจายอำนาจด้านการคุ้มครองผู้บริโภคไปสู่กรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้อง กับเจตนารมณ์ของกฎหมาย และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง
ที่มา : Facebook : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
