กระทรวงพาณิชย์ เร่ง 6 มาตรการคุมราคา – พยุงผู้ส่งออก รับมือค่าขนส่ง
กระทรวงพาณิชย์ เร่ง 6 มาตรการคุมราคา – พยุงผู้ส่งออก รับมือค่าขนส่ง สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะนี้ประเมินว่าผลกระทบทางตรงต่อเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการค้ากับประเทศคู่ขัดแย้งไม่สูง
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะด้านการขนส่งและต้นทุนโลจิสติกส์ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเดินหน้า 6 มาตรการ เพื่อดูแลราคาสินค้าในประเทศและพยุงผู้ส่งออก ให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนในระยะต่อไป
กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนิน 6 มาตรการสำคัญ ได้แก่ คุมเข้มราคาสินค้าและป้องกันการฉวยโอกาส กระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ สนับสนุนผู้ส่งออกบริหารต้นทุน ประสานงานใกล้ชิดกับสายเรือและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ขับเคลื่อนบทบาททูตพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ และวิเคราะห์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อเพื่อเสนอแนวนโยบายอย่างทันท่วงที
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง พบว่าผลกระทบทางตรงต่อไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการค้ากับประเทศคู่ขัดแย้งไม่สูง โดยปี 2568 ไทยส่งออกไปยังตะวันออกกลางมูลค่า 12,475.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 3.67% ของการส่งออกรวม และยังไม่พบสัญญาณยกเลิกหรือชะลอคำสั่งซื้ออย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางอ้อมเริ่มชัดเจนจากความตึงเครียดในภูมิภาคที่กระทบเส้นทางขนส่งทางเรือ ทำให้สายเรือต้องปรับเส้นทาง เพิ่มระยะเวลาเดินทาง ส่งผลให้ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และต้นทุนโลจิสติกส์ปรับสูงขึ้น อีกทั้งราคาพลังงานโลกมีแนวโน้มผันผวน ซึ่งอาจกระทบต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อในระยะต่อไป
เพื่อรับมือสถานการณ์ กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนิน 6 มาตรการสำคัญ ได้แก่ คุมเข้มราคาสินค้าและป้องกันการฉวยโอกาส กระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ สนับสนุนผู้ส่งออกบริหารต้นทุน ประสานงานใกล้ชิดกับสายเรือและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ขับเคลื่อนบทบาททูตพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ และวิเคราะห์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อเพื่อเสนอแนวนโยบายอย่างทันท่วงที
กระทรวงพาณิชย์ ย้ำจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการค้าไทย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมเปิดสายด่วน 1169 ให้ผู้ประกอบการสอบถามข้อมูลและขอคำปรึกษาเพิ่มเติม
ที่มา : Facebook : NBT Connext
