สคบ. ผนึกกำลัง 3 หน่วยงานพันธมิตร ยกระดับมาตรการกำกับดูแลมาตรฐานสินค้าและการคุ้มครองผู้บริโภคบนแฟลตฟอร์มดิจิทัล
สคบ. ผนึกกำลัง 3 หน่วยงานพันธมิตร ยกระดับมาตรการกำกับดูแลมาตรฐานสินค้าและการคุ้มครองผู้บริโภคบนแฟลตฟอร์มดิจิทัล
วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เข้าร่วมแถลงประเด็น “สินค้าที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์ม ต้องมีความปลอดภัยและมีมาตรฐาน” ในวันสิทธิผู้บริโภคสากล 2026 ณ สำนักงานสภาองค์กรผู้บริโภค ร่วมกับสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และประธานอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อป้องกันสินค้าอันตราย และสินค้าไม่มีมาตรฐานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และเป็นการยกระดับมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายและสร้างกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ให้มีมาตรฐานสูงสุด
กลไกสำคัญภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ จะบังคับใช้มาตรการทางเทคโนโลยีผ่านการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลเพื่อตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจจะต้องเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูล API กับ สมอ. ภายใน 6 เดือน หรือภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบความถูกต้อง
ของสินค้าที่ได้รับอนุญาตก่อนเผยแพร่ การจัดทำบัญชีคำต้องห้าม เพื่อสกัดกั้นสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่มีมาตรฐาน การกำกับดูแลผู้ขายและร้านค้าออนไลน์ โดยบังคับให้แสดงเครื่องหมาย มอก. และเลขที่ใบอนุญาตอย่างชัดเจนในภาพแรกของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ทันที สำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มที่เข้าข่ายเป็นผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนและวางหลักประกันความเสียหายไว้กับ สคบ. เพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองผู้บริโภค
หากพบว่าแพลตฟอร์มใดมีการจําหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน จะถือเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกอบธุรกิจ สคบ. จะดำเนินมาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด
สคบ. ขอย้ำว่า การคุ้มครองผู้บริโภคต้องมาก่อนผลกำไรทางธุรกิจมุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยมาตรการนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระบบการค้าออนไลน์ และเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้
ประเทศไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล ที่ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล สคบ. และหน่วยงานพันธมิตรจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภคในการที่จะได้รับสินค้าที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและร่วมเป็นพลังในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างยั่งยืนต่อไป
ที่มา : Facebook : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
