กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชี้แจงโอมิครอน BA.2.75 รวมถึงสายพันธุ์ย่อย พบเพียง 1 % ยังไม่มีข้อมูลแพร่เร็ว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชี้แจงโอมิครอน BA.2.75 รวมถึงสายพันธุ์ย่อย พบเพียง 1 % ยังไม่มีข้อมูลแพร่เร็ว

          กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แจงโอมิครอน BA.2.75 รวมถึงสายพันธุ์ย่อย พบเพียง 1 % ยังไม่มีข้อมูลแพร่เร็ว-รุนแรง (พบ 9 รายในไทย) ส่วนใหญ่ 85 % เป็น BA.5



          นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยภาพรวมจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด 19 หลังตรวจสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน เบื้องต้นไปทั้งหมด 359 ราย ทั้งที่เดินทางเข้ามา และตรวจพบในประเทศ ส่วนใหญ่93 % ยังเป็นกลุ่ม BA.4 /BA.5 จำนวน 333 ราย (พื้นที่ กทม.พบว่า 92 % , ภูมิภาค พบประมาณ 94% ( BA.2.75 มี 5 ราย) เมื่อถอดรหัสพันธุกรรม จำนวน 803 ราย พบว่า สายพันธุ์ BA.2.75 มีจำนวน 9 ราย ส่วนใหญ่ยังเป็น BA.5 อยู่ที่ 688 ราย (ประมาณ 85% พบมากขึ้น) อีก 106 รายเป็น BA.4

          “ข้อมูลการเฝ้าระวังสายพันธุ์ BA.2.75 และกลายพันธุ์ที่มีจุดต่อท้าย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างจับตาในตำแหน่งต่างๆ มีความหมายอย่างไร (การแพร่ระบาด-ความรุนแรง-การหลบวัคซีนหรือไม่) ข้อมูลใน GISAID ได้จับตาดูข้อมูล BA.2.75 และลูกหลานพบในไทย จากการถอดรหัสพันธุกรรมมีทั้งหมด 9 ตัวอย่าง พบที่แพร่ 2 ราย, กทม. 5 ราย (พบสายพันธุ์ย่อย BA.2.75.1 , BA.2.75.2 BA.2.75.3 อย่างละ 1 ราย), ตรัง 1 ราย และสงขลา 1 ราย ณ วันนี้ในประเทศไทยยังเป็น BA.5 พบสัดส่วน 85% ส่วน BA.4 พบ 13% ส่วน BA.2.75 รวมถึงสายพันธุ์ย่อยเพียง 1% ขออย่าตื่นตระหนกจากข้อมูลในโซเชียล ขอให้ตั้งสติ” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุ

          ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกเฝ้าจับตาสายพันธุ์โควิด ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2565 เทียบ 2 สัปดาห์ (วันที่ 15-28 ส.ค.) พบว่า BA.5 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็น 86.8% (จาก 84.8%) ส่วน BA.4 สัดส่วนลดลงเหลือ 4.2% (จาก 6.8%) ขณะที่ BA.2 ลดลงเล็กน้อย 2.5% จาก 2.6 %, BA.2.75 เป็น 1.2% จาก 0.9% ขึ้นเล็กน้อย

 


ที่มา : https://shorturl.asia/UYitL

-->