บขส. พร้อมเปิดให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ – ดอนสัก – เกาะพะงัน
บขส. พร้อมเปิดให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ – ดอนสัก – เกาะพะงัน วันละ 2 เที่ยว หลังหยุดวิ่งให้บริการเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ด้วยรถปรับอากาศชั้น 1 หรือรถมาตรฐาน ม.1 (ข) โดยให้บริการวันละ 2 เที่ยววิ่ง (ไป – กลับ) เวลาต้นทางรถออกจาก สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) เวลา 17.45 น. และเข้ารับผู้โดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (บรมราชชนนี) หรือสายใต้ใหม่ เวลา 18.30 น. และเวลาปลายทาง รถออกจาก เกาะพะงัน เวลา 17.00 น. อัตราค่าโดยสาร 616 บาท (ไม่รวมค่าเรือโดยสาร)
นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า บขส. จะกลับมาเปิดให้บริการเดินรถในเส้นทาง กรุงเทพฯ – ดอนสัก – เกาะพะงัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ด้วยรถปรับอากาศชั้น 1 หรือรถมาตรฐาน ม.1 (ข) โดยให้บริการวันละ 2 เที่ยววิ่ง (ไป – กลับ) เวลาต้นทางรถออกจาก สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) เวลา 17.45 น. และเข้ารับผู้โดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (บรมราชชนนี) หรือสายใต้ใหม่ เวลา 18.30 น. และเวลาปลายทาง รถออกจาก เกาะพะงัน เวลา 17.00 น. อัตราค่าโดยสาร 616 บาท (ไม่รวมค่าเรือโดยสาร)
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเส้นทางดังกล่าว ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้ผู้โดยสารลดน้อยลง ประกอบกับ ปัญหาเวลาการเดินทางข้ามเรือไปเกาะพะงัน ไม่สอดคล้องกับเวลาเดินรถของ บขส. จึงต้องหยุดให้บริการในเส้นทางดังกล่าวชั่วคราว
สำหรับการเปิดให้บริการอีกครั้ง บขส. มั่นใจว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ประกอบกับสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลงแล้ว และประชาชนมีการปรับตัวสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) มากขึ้น
ผู้ใช้บริการสามารถจองตั๋ว บขส. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางออนไลน์ Application: E-Ticket และ Website บขส. www.transport.co.th ร้าน 7-Eleven เคาน์เตอร์เซอร์วิส ทุกสาขา หรือตัวแทนจำหน่ายตั๋วของ บขส. รวมทั้งสามารถใช้สิทธิ์โครงการ “คนละครึ่ง” ชำระค่าโดยสาร บขส. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วของ บขส. ตามเงื่อนไขที่กำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ช่องจำหน่ายตั๋วรถโดยสารของ บขส. ทั่วประเทศ หรือ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/59692
